คอลัมนิสต์

วัดฝีมือรัฐบาล

วัดฝีมือรัฐบาล

04 ก.พ. 2552

รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุ่มนโยบายประชานิยมชนิดเห็นผลทันใจ ที่เด่นชัดคือการแจกเงินหัวละ 2,000 บาท แก่คนบางกลุ่มที่คิดว่าจะเดือดร้อนจากการครองชีพ อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจตกต่ำ

ขณะเดียวกันได้สั่งขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ตั้งแต่ลิตรละ 1 บาทเศษจนถึง 5 บาท เพื่อนำเงินมาให้รัฐบาลใช้จ่ายตามนโยบาย มีผลให้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า ประชาชนรับภาระกันทั่วแผ่นดิน ทั้งจากค่าน้ำมันโดยตรงและบรรดาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เดิมทางกรมการค้าภายในร้องขอให้ลดราคาลงตามภาวะของเศรษฐกิจ คราวนี้คงพากันขึ้นราคาตามต้นทุนด้านพลังงาน เฮ้อ ! บริหารบ้านเมืองกันเป็นหรือเปล่าเนี่ย ? นี่ก็มีข่าวว่าวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจชั้นนายพลกันชุดใหญ่ ก็เลยไม่มั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ จะตาถึงวางตัวขุนพลฝ่ายตำรวจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เที่ยงธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนได้มากน้อยเพียงใด บรรดาตำรวจนักซิ่งเอ็กเซอร์ไซส์กันมาได้ 3 สัปดาห์แล้ว มีพวกเป็นนักการเมือง ใช้ตั๋วนักการเมือง มีพวกเป็นพ่อค้ามหาเศรษฐีที่ใกล้ชิดกับผู้นำองค์กรตำรวจ หรือนายกฯ รองนายกฯ ก็ใช้ใบสั่งจากพ่อค้ามหาเศรษฐีบางรายไปคอยดักเฝ้า เพื่อขอพบฝากเนื้อฝากตัวขอตำแหน่งกับผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายการเมืองโดยตรงก็มี บางรายอยู่ในรายชื่อเป็นหางว่าวจากผู้เป็นหุ้นส่วนทางการเมือง ที่เคยโอบเอวนายกฯ อภิสิทธิ์ และอีกหลายวิธีการตามแต่จะสรรหา เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ แต่มีผู้กระซิบมาว่าเจ้าเก่าที่อยู่ใกล้ชิดผู้นำองค์กรตำรวจแน่นอนที่สุด ขอให้ใจถึงหน่อยเท่านั้น ต้องรอดูฝีมือของรัฐบาลว่า การวางตัวผู้นำตำรวจชั้นนายพลครั้งนี้ ดูขาดหรือไม่ว่าเป็นคนที่จงรักภักดีกับขั้วอำนาจเก่า เห็นแก่ประโยชน์ แก่พรรคพวกเดิมๆ แสดงบทบาทสนับสนุนกลุ่มคนที่ต่อต้านรัฐบาลโดยชัดแจ้งหรือโดยลับๆ หรือไม่ ตำรวจดีๆ มีฝีมือระดับนายพลไม่อิงการเมือง ยึดถือความถูกต้องชอบธรรม และยึดถือประเทศชาติประชาชนเป็นสำคัญ ถูกรัฐบาลเก่าเด้งเข้ากรุในตำแหน่งประจำมากมาย ในครั้งนี้ควรนำออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์แก่รัฐบาล คมพิทักษ์ราษฎร์