
ปอศ.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสละเมิดลิขสิทธิ์'ซอฟต์แวร์'
ปอศ.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสละเมิดลิขสิทธิ์'ซอฟต์แวร์' หวังลดการละเมิดฯอย่างต่อเนื่อง : สายตรวจระวังภัย โดยกัมปนาท ละออง
การใช้ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันมีจำนวนมากสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟ์แวร์ก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน จากสถิติกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ระบุว่า ไมโครซอฟท์ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุด อันเนื่องมาจากมีผู้นิยมใช้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการวางแผนปราบปรามอย่างต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี ล่าสุดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำโดย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ปลาทอง รองผบก.ปอศ. พร้อมด้วยพ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.3 บก.ปอศ และ พ.ต.อ.ธีระ ทองระยับ ผกก.4 บก.ปอศ. แถลงผลการดำเนินงานและนโยบายการปราบปรามซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ปี 2558-2559
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2558 ได้ดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจกว่า 166 แห่ง มูลค่าซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์สูงราว 358 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า องค์กรที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่ อยู่ในภาคอุตสาหกรรมโรงงานอุตสาหกรรมถึงร้อยละ 34 อุตสาหกรรมก่อสร้างและออกแบบร้อยละ 32 สาเหตุหลักมาจากประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นทำให้มีการละเมิดค่อนข้างสูง และผู้ถือหุ้นที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่ชาวไทย ร้อยละ 83.15 เกาหลีใต้ ร้อยละ 1.20 จีน ร้อยละ 0.60 และบริษัทร่วมทุนร้อยละ 15.05 โดยซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์บ่อยที่สุด 4 อันดับแรก คือ Microsoft, Autodesk, ThaiSoftware, Tekla และคาดว่าอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยจะมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันสถิติคดีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 ปอศ.มีการดำเนินคดีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากที่สุด 247 คดี ส่วนปี 2557 มี 207 คดี แสดงให้เห็นถึงการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างจริงจังและต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ และให้ความรู้แก่ประชาชนและองค์กรธุรกิจเรื่องความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย บก.ปอศ.ได้ลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา
พ.ต.อ.อภิวิชญ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เข้ามาร้องทุกข์กับทาง ปอศ.จะมีการนำคำร้องทุกข์ไปขอศาลเพื่อให้ออกหมายค้น และเข้าตรวจค้น การเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่จะแสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าค้น แต่ละครั้งที่ตรวจค้นจะมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. 5-6 นาย และพนักงานไอที ซึ่งถ้าหากตรวจค้นแล้วพบหลักฐานหรือข้อมูลที่สำคัญจะทำการคัดลอกลงแผ่นดีวีดีและทำการบันทึกข้อมูลดังกล่าวโดยมีผู้เซ็นรับรองได้แก่ เจ้าหน้าที่ไอที เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ.และเจ้าของธุรกิจที่ที่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อนจะนำเอกสารหลักฐานส่งให้ทางพนักงานสอบสวน
พ.ต.อ.ธีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการรณรงค์ทำควบคู่กับการปราบปรามโดยมีการร่วมมือกับทางภาคเอกชน มีการออกบูธจัดกิจกรรมพร้อมทั้งแจกแผ่นพับเพื่อให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งนี้จะเร่งเดินหน้าปราบปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย อีกทั้งยังนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อองค์กรธุรกิจจากไวรัสหรือมัลแวร์มีผลต่อความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ด้วย โดยบก.ปอศ.จะบังคับใช้กฎหมายและปกป้องลิขสิทธิ์ของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารที่มากขึ้น ทั้งเว็บไซต์ www.stop.in.th, www.ecdpolice.com สายด่วน 191 และโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสสำหรับการแจ้งข้อมูลเบาะแสมากขึ้น



