คอลัมนิสต์

ประชาชนมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

ประชาชนมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

30 ก.ย. 2558

ประชาชนมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

            โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังลงสู่หมู่บ้านตำบลอย่างคึกคัก หลังจากรัฐบาลลองชิมด้วยการส่งเงินผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำบลละ 1 ล้านบาท เมื่อไม่กี่เดือนผ่านมา หวังปลุกภาวะเศรษฐกิจให้กระเตื้อง เน้นให้ชาวบ้านระดับรากหญ้าได้ใช้จ่ายเงิน เพราะความจำเป็นในครอบครัว คนรากหญ้าโอกาสสะสมเงินย่อมน้อยเป็นธรรมดา ถ้าเม็ดเงินตกลงในมือคนมีความจำเป็นในชีวิต น่าจะช่วยกระตุ้นให้การหมุนเวียนเม็ดเงินคึกคัก ภาวะเศรษฐกิจน่าจะกลับมาสดใสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

            คำพูดหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ที่ทำการเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ก็คือ เน้นที่จะให้หมู่บ้านตำบลมีความสดใสในความเป็นอยู่ การสร้างโครงการใดขึ้นมา ชาวบ้านในพื้นที่ต้องได้รับผลประโยชน์เป็นอันดับแรก จากนั้นถึงจะตามด้วยพ่อค้านักธุรกิจต่างท้องถิ่นเป็นลำดับถัดๆ ไป ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องมีสินค้าโอท็อป ตลาดท้องถิ่น ตลาดแบกะดินของชาวบ้าน เข้ามาผสม ไม่ใช่ให้คนถิ่นอื่นมาตักตวงในพื้นที่เพียงถ่ายเดียว

            คนไทยต้องเอื้ออาทรบ้านใกล้เรือนเคียง ไปค้าขายบ้านเขา ก็ต้องให้คนบ้านเขาได้มีโอกาสมาค้าขายบ้านเราด้วย นี่คือวลีเด็ดที่ต้องขอปรบมือให้

            ต่างคนต่างมีรายได้อย่างสมน้ำสมเนื้อระหว่างชายแดนไทย-พม่า ไม่ใช่คิดแต่จะไปเอาจากชาวพม่าเพียงถ่ายเดียว ฟังนายกรัฐมนตรีกล่าวมธุรสวาจาอันเป็นสัจธรรม ก็ทำเอาเพื่อนข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยิ้มปลื้มตามๆ กัน

            และวันนี้ ในผืนแผ่นดินไทย ท่านก็เริ่มขับเคลื่อนเอาเม็ดเงินลงสู่ตำบล ทั่วประเทศ ตำบลละ 5 ล้านบาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างแท้จริง

            ผมก็หวังว่า เส้นทางน่าจะสดใส เพราะมหาดไทยเป็นหน่วยงานความมั่นคง ไม่จัดเจนเรื่องการหมุนเงินเหมือนนักธุรกิจ เจ้ากระทรวงเองก็เป็นอดีตนายทหาร น่าจะคำนึงถึงปากท้อง ความมั่นคงของชาวบ้านเป็นหลัก

            กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วิ่งวุ่นกันไปหมด ในการนำเสนอโครงการอย่างลองผิดลองถูก สิ่งที่เป็นไม้ตายก็คือ การผ่านประชาคม ฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านเป็นสำคัญ ก่อนจะก่อรูปโครงการขึ้นมา

            เรียนว่า ปัจจุบันชาวบ้านทุกหย่อมหญ้าทั่วประเทศไทยเริ่มจะกลับกลายเป็นพ่อค้าแม่ค้ากันมากขึ้น ชีวิตเกษตรกร หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน กำลังจะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทยในไม่ช้า

            ความมั่งคั่ง จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ในสังคมชนบทไทยอนาคตอันใกล้

            แต่ความมั่นคงบนผืนแผ่นดินผมไม่แน่ใจ เพราะเมื่อสอนให้ชาวนาเป็นผู้ค้า การรุกป่าเขา เพื่อทำสินค้าด้านเกษตร ย่อมเพิ่มปริมาณมากขึ้น ขับรถผ่านไปภูมิภาคใด ล้วนแล้วเห็นแมกไม้เกษตรกรเป็นด้านหลัก

            ภาคใต้ เห็นสวนยางเขียวชอุ่ม ภาคเหนือเห็นสวนลำไย กล้วย อ้อย อีสานเห็นป่ายางพาราพอๆ กับภาคใต้ ส่วนภาคกลางเห็นท้องทุ่งนาแลลิบลิ่ว ภาคตะวันออกกลับเห็นโรงงานผุดขึ้นริมฝั่งทะเล

            นี่คือความมั่งคั่งที่กำลังทำลายธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฝนปีนี้ จึงเบาบางและจางหาย ถ้ากล่าวเป็นภาษากวี ก็บอกว่า “เมฆบังฝน”

            ความยั่งยืนแห่งผืนป่าที่อยากจะให้บังเกิด เริ่มสวนทางกับคำว่า มั่งคั่ง แล้วความเป็นจริง ในอนาคตคืออะไร.