
2ภารกิจรอบิ๊กตู่กลับมาเคลียร์
2ภารกิจรอบิ๊กตู่กลับมาเคลียร์ : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง (@jeerapong_nna) สำนักข่าวเนชั่น
รูดม่านจบลงไปอย่างชื่นมื่นสำหรับภารกิจโกอินเตอร์ของ “นายกฯลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เดินทางข้ามโลกไปร่วมประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่เรียกได้ว่า ได้แต้มบวกเต็มๆ เพราะได้รับการตอบรับดีเกินคาดสำหรับการเดินทางไปในฐานะผู้นำรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร
เพราะมีโอกาสได้พบปะจับมือกับผู้นำโลกตะวันออกและตะวันตก ทั้ง “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน “บารัก โอบามา” ประธานาธิบดีสหรัฐ “บัน คี มุน” เลขาธิการยูเอ็น และหารือกับผู้นำหลายประเทศ แถมยังได้ขึ้นรับรางวัล “ไอทียู อวอร์ด” หรือ “รางวัลผู้นำส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และได้ขึ้นเวทีรับไม้ต่อในการเป็นประธานกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ จี77 ในปี ค.ศ.2016-2017
แต่ไฮไลท์เด็ดจริงๆ ในเชิงการเมืองระหว่างประเทศของภารกิจนี้คือพล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าพบและหารือกับ “บัน คี มุน” และได้ชี้แจงโรดแม็พของรัฐบาล คสช.ว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งช่วงกลางปี พ.ศ.2560 ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาในเวทีโลก ที่จากนี้ประชาคมโลกจะจับตาชนิดที่บิดพลิ้วไม่ได้
แต่จะว่าไปแล้ว กว่าจะไปถึงขั้นของการมีการเลือกตั้งกลางปี พ.ศ.2560 ก็มีภารกิจอย่างน้อย 2 ภารกิจ ที่พล.อ.ประยุทธ์เมื่อกลับจากอเมริกาต้องรีบกลับมาดำเนินการและลงนามเพื่อเดินตามโรดแม็พขั้นที่สอง
โดยภารกิจแรก คือ 1.การแต่งตั้ง “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)” ที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ กำหนดให้ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” แต่งตั้ง กรธ.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดหน้าที่ คือไม่เกินวันที่ 5 ตุลาคม 2558 ซึ่งกรธ.ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกไม่เกิน 20 คน เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
และ 2.ภารกิจที่ต้องใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการลงนามแต่งตั้ง “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)” ขึ้นแทนสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ สปช.สิ้นสุดลง คือไม่เกินวัน 5 ตุลาคมนี้ เช่นกัน ซึ่งสมาชิก สปท.จะมีจำนวนไม่เกิน 200 คน โดยมีหน้าที่ดำเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่รับไม้ต่อจาก สปช.นั่นเอง
แต่ที่สื่อจับจ้องอย่างมากเห็นจะเป็นในส่วนของประธาน กรธ.ที่มีชื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” และ “อานันท์ ปันยารชุน” ตีคู่เป็นแคนดิเดตลำดับที่ 1 ทว่าล่าสุดดูเหมือนชื่อของ “อาจารย์มีชัย” ใกล้จะมีชัยสมชื่ออีกครั้ง เมื่อ “วิษณุ เครืองาม” ยอมรับว่า นายมีชัยอยากได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเรื่องเดียวคือ “มีใครใน กรธ.บ้าง” และจะขอหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งหนึ่งก่อน
“นายมีชัยจึงต้องขอทราบก่อนว่ามีใครใน กรธ.บ้าง อย่างน้อยก็จะได้พอทราบว่ามีใครบ้าง หลากหลายด้านใดบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งผมยังได้บอกกับนายมีชัยด้วยว่า ถ้าท่านรับก็อาจจะเสนอใครบางคนเข้ามาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาด้วยก็ได้ นายมีชัยเองก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นยังไม่พูดอะไรในตอนนี้ ขอเอาไว้พูดกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งก่อน”
นั่นเท่ากับว่า เมื่อบิ๊กตู่กลับมาจากอเมริกาก็จะได้มีโอกาสเปิดห้องพูดคุยกับนายมีชัยถึงข้อข้องใจดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีการกางรายชื่อ กรธ.ที่มีในมือให้นายมีชัยได้เห็นว่ามีใครบ้าง เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับตำแหน่งประธาน กรธ.เพิ่มอีกตำแหน่ง
แต่หากเกิดกรณีว่านายมีชัยเห็นรายชื่อ กรธ.แล้วจู่ๆ เปลี่ยนใจปฏิเสธรับตำแหน่งนั้น ก็ดูเหมือนจะมีทางออกเตรียมไว้แล้ว โดยนายวิษณุบอกว่า “ได้ทาบทามไว้อีก 3-4 คน แต่ผมคงเปิดเผยชื่อไม่ได้” และขออย่าเรียก 3-4 คนนี้ว่าตัวสำรอง
นับจากวันนี้ก็อีกอึดใจเดียว อีกไม่เกิน 6 วัน ก็จะได้เห็นหน้าตาของบุคคลที่จะมานั่งในเก้าอี้ กรธ.และ สปท. ดูสิว่าจะมีคนหน้าเก่าและหน้าใหม่เข้ามาอีกกี่มากน้อย



