
สภ.ดอยเต่าโชว์ผลงานโปลิศ อายส์รวบแก๊งลักวัว
สภ.ดอยเต่าโชว์ผลงานโปลิศ อายส์รวบแก๊งลักวัว : สายตรวจระวังภัย โดยอายุทัย นนท์นิติรัตน์
“แก๊งขโมยวัว” ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรทั่วจ.เชียงใหม่ ถือเป็นภัยอย่างหนึ่ง ที่กำลังคุกคามชาวบ้านในพื้นที่ ล่าสุดคนร้ายกลุ่มนี้ได้ลงมือขโมยวัวของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ดอยเต่า ไปอีกหลายตัว จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยเต่า ต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ฉะนั้น หลักฐานเด็ดที่สามารถชี้ชัดไปถึงตัวคนร้าย รวมถึงพฤติกรรมการก่อเหตุ คงหนี้ไม่พ้นกล้องวงจรปิดตามโครงการ “โปลิศ อายส์” จนกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ได้ในที่สุด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.กนิษฐ ประสานสุข ผกก.สภ.ดอยเต่า กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยเต่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนร้ายขโมยวัวของชาวบ้าน กำลังออกอาละวาดอยู่ในพื้นที่บ้านโท้ง หมู่ 2 ต.บงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ โดยคนร้ายได้ขโมยวัวของผู้เสียหายไปจำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นวัวเพศผู้ พันธุ์บราห์มัน ราคาประมาณตัวละ 40,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ดอยเต่า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้าย
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามโครงการ “โปลิศ อายส์” พบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียนจังหวัดลำพูน เข้ามาในพื้นที่ในช่วงเวลากลางดึกของวันที่เกิดเหตุ ดังนั้น จึงได้ติดตามรถต้องสงสัยคันดังกล่าว กระทั่งทราบเบาะแสว่า คนร้ายได้ไปกบดานอยู่ที่บ้านใน ต.แม่ตื่น อ.ลี้ จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมทันที พบนายบุญจู เตจ๊ะบุตร อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านกับภรรยา พร้อมด้วยของกลางรถกระบะต้องสงสัย ที่ใช้ในการขนวัวที่ขโมยไป โดยมีวัวเพศผู้ พันธุ์บราห์มัน ที่มีลักษณะคล้ายกับของผู้เสียหาย และมีวัวอีกจำนวนกว่า 10 ตัวที่เลี้ยงไว้ จึงดำเนินการควบคุมตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวนนายบุญจูให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมมือกับนายสุทา ปันล้อ อายุ 46 ปี ก่อเหตุขโมยวัวของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ดอยเต่า โดยได้นำวัวที่ขโมยมาไปซ่อนไว้ที่บ้าน เพื่อเลี้ยงเอาไว้ก่อน จากนั้นอีกประมาณ 1-2 เดือน ก็จะนำไปขายที่ตลาดวัว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผล และสามารถจับกุมตัวนายสุทาได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของนายสุทา พบว่ามีพฤติกรรมที่ในลักษณะก่อเหตุลักทรัพย์และขโมยวัวกว่า 10 ตัวมาแล้วในหลายพื้นที่ี่
สำหรับพฤติกรรมของแก๊งขโมยวัวรายนี้ จะออกตระเวนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ หรือต่างอำเภอ โดยทำทีเป็นพ่อค้าซื้อวัว หากพบวัวที่สนใจ จะเข้าไปสอบถามราคาวัวจากเจ้าของวัว แล้วตกลงราคาซื้อขายในราคาที่สูง แต่สุดท้ายก็จะไม่ซื้อขาย จากนั้นผู้ต้องหาก็จะหายไปประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะย้อนกลับมาขโมยวัวอีกครั้ง โดยอาศัยช่วงเวลากลางดึก เข้าไปขโมยวัว ก่อนนำขึ้นรถกระบะหลบหนีไป
สำหรับนายสุทา และนายบุญจู เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นโคกระบือของผู้ประกอบอาชีพกสิกรรมในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร” พร้อมด้วยของกลาง วัวพันธุ์บราห์มัน เพศผู้จำนวน 2 ตัวของผู้เสียหายจากอ.ดอยเต่า และรถกระบะ 1 คัน ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



