
191จัดอบรมเยาวชนอายุ7-12ปีหลังพบโทรศัพท์ป่วนอันดับ1
191จัดอบรมเยาวชนอายุ 7-12 ปีหลังพบโทรศัพท์ป่วนอันดับ1 : สายตรวจระวังภัย โดย อังสุมา ศรีดอกคำ
สายด่วน 191 เป็นเบอร์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) มีไว้สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไฟไหม้ โจรขึ้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่โทรมาขอความช่วยเหลือเรื่องอาชญากรรมมากกว่าเหตุอื่น แต่เมื่อช่วงปี 2557 ตำรวจ 191 ถูกตำหนิมากเรื่องการให้บริการที่ไม่ดี เพราะต้องรอสายนาน หรือไม่ก็ไม่ได้รับสาย กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา แต่ปัญหาในตอนนั้นมาจากอุปกรณ์ไม่เพียงพอ เพราะวันๆ มีประชาชนโทรเข้ามาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นสาย แต่ตำรวจมีแค่เพียงหยิบมือเดียว
กระทั่งช่วงปลายปี 2557 ตำรวจ 191 ได้รับงบประมาณเข้ามาปรับปรุงระบบที่ใช้มาจนทุกวันนี้ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและกำลังพลที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากได้ให้บริษัทเอาท์ซอร์สเข้ามาเป็นผู้วางระบบ พร้อมช่วยดำเนินการรับสายและเก็บข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปัญหาของการไม่รับสายจึงน้อยลงมา จนแทบจะไม่มีหลงเหลือ
แต่ปัญหาใหม่ที่ประชาชนต้องเผชิญคือ รอสายนานมาก เพราะเจ้าหน้าที่กำลังรับอีกสายอยู่ และนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของตำรวจ 191 ที่พบเจอและเกิดอาการปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะต้องมารับโทรศัพท์พวกก่อกวนมากเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของสายที่โทรเข้ามาในแต่ละวัน ปัญหาใหญ่จึงบังเกิด เพราะประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ กลับต้องรอนาน ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า ส่งผลให้เกิดการสูญเสีย ทั้งในเรื่องทรัพย์สิน และอาจจะถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้
พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ศูนย์รวมข่าว บก.สปพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ตำรวจรวบรวมข้อมูลนำมาวิเคราะห์หากลุ่มที่ก่อเหตุ จนทราบว่าต้นตอที่โทรเข้ามาป่วนเป็นอันดับหนึ่ง เป็นเพียงเยาวชนอายุแค่ 7-12 ปีเท่านั้น รองลงมาคือคนวิกลจริต ซึ่งตามกฎหมายจะเอาผิดกับพวกนี้ก็สามารถทำได้ แต่จะให้เอาผิดกับเด็กเล็กๆ นั้นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกทาง จึงได้ริเริ่มโครงการ "โทรปรับ โทรก่อกวน”
โดยการทำสถิติเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อกวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเบอร์สาธารณะ มีส่วนน้อยที่ใช้โทรศัพท์ส่วนตัว พร้อมกับหาตำแหน่งการโทร ก็พบว่าส่วนใหญ่อยู่ใกล้กับโรงเรียน จึงเริ่มเข้าสู่ปฏิบัติการลงพื้นที่ โดยจะติดต่อไปยังโรงเรียนนั้นๆ เพื่อขอความร่วมมือให้ตำรวจเข้าไปจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เด็กในเรื่องของความสำคัญของสายด่วน 191 ซึ่งบรรยากาศในการอบรมให้ความรู้ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีการเล่นเกมและแจกขนมสลับกับการให้ความรู้ ความสำคัญ และความเดือดร้อนที่เกิดจากการโทรเข้าไปป่วนที่สายด่วน
พ.ต.อ.ทิวา เล่าว่า ก่อนจะทำโครงการนั้น มีเด็กๆ โทรเข้ามาก่อกวนเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องการแจ้งเหตุเท็จ โทรเข้ามาด่าตำรวจ หรือแม้กระทั่งโทรเข้ามาร้องเพลงให้ฟัง แต่หลังจากดำเนินโครงการมาสักระยะก็เริ่มเห็นผลชัดเจน การโทรเข้ามาก่อกวนลดลง จากที่เคยโทรมาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เหลือเพียง 400-500 สายเท่านั้น
ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคม เด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ ซึ่งการโทรเข้าไปก่อกวน นอกจากเรื่องของความคึกคะนองแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความอยากมีส่วนร่วม อยากขอพื้นที่ในการแสดงออก อยากมีคนรับฟัง ร่วมถึงพฤติกรรมก้าวราวที่โทรเข้าไปด่าตำรวจ โครงการนี้จึงเสมือนการสร้างจิตสาธารณะให้แก่เยาวชน และยังเป็นบทพิสูจน์ว่า การเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ เยาวชนก็เข้าใจ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ทำให้ปัญหาถูกคลี่คลายไปได้ไม่มากก็น้อย



