คอลัมนิสต์

โจทย์หิน‘พ่อเมืองยุคใหม่’เศรษฐกิจ-ปรองดอง

โจทย์หิน‘พ่อเมืองยุคใหม่’เศรษฐกิจ-ปรองดอง

21 ก.ย. 2558

โจทย์หิน‘พ่อเมืองยุคใหม่’เศรษฐกิจ-ปรองดอง : ขยายปมร้อน โดย วัฒนา ค้ำชู สำนักข่าวเนชั่น

             ส่องมหาดไทยมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้มีรายได้น้อย “โครงการสัมมนาผู้บริหารระดับสูงเพื่อกำหนดทิศทาง จุดยืน และยุทธศาสตร์การพัฒนาของกระทรวงมหาดไทย ในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2559-2563)” ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และเสนาบดีใหญ่ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย เข้าร่วมมอบนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีฝ่ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับฟังนำไปขับเคลื่อนประเทศ

             บริบทเนื้อหาของ “สมคิด ” ที่ระบุออกมาว่า ในการแข่งขันของประเทศการส่งออกชะลอตัวอย่าไปโทษตลาดโลก “โจทย์หิน” ที่จะผลักดันในการสร้างรายได้ ไม่ใช่ไปปลุกเสกได้แบบ “ทันทีทันใด” ให้สร้างผลิตภัณฑ์ที่อดีตเคยถอดแบบจากญี่ปุ่น นำเอา “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” กระตุ้นรายได้รากหญ้าในยุคที่เม็ดเงินค่อนข้างฝืดเคืองคงไม่พอ

             โฟกัสปัญหาอุปสรรคพื้นฐานที่แท้จริงของประเทศไทยคือ “การเมือง” ที่ยังไม่แข็งแกร่งแล้วรอการปฏิรูป สิ่งเหล่านี้เป็นข้อกังวลวิกฤติของการทำงาน แต่ในช่วงวิกฤติมักมีช่องเปิดโอกาสสลายข้อบกพร่องทิ้งไป ย้อนไป 30 ปี หรือประมาณปี 2528 ไทยเน้นการส่งออกหวังให้ประเทศเติบโตมีรูปแบบวิธีการแบบก้าวกระโดด

             แนวคิดสะท้อนปัญหาข้างต้น “สมคิด" ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยังเอ่ยเสริมถึงปัญหาเศรษฐกิจในอดีตที่กระทบกับประเทศไทยอย่างมหาศาล ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เหมือนวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ที่เคยสร้างปัญหาให้ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2540

             สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนไทยที่อยู่ในระดับ “ฐานราก” ไม่มีอำนาจซื้อที่เพียงพอ ไร้นโยบายที่ไปเข้าดูแลอย่างเพียงพอ ทำให้คนกลุ่มใหญ่ของสังคมที่เป็นชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรที่ยากจนเดือดร้อนหนักยิ่งขึ้น รายได้น้อยส่งผลกระทบต่อระบบธุรกิจ

             ชำแหละ “คลัสเตอร์” หรือการแบ่งกลุ่มจังหวัด จะเห็นเป้าหมายในระยะเวลา 5 ปี ที่มอบให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าใจด้วยการเริ่มต้นสร้างแรงจูงใจ หวังให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน มั่นคง แล้วมั่งคั่ง ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะถดถอย เพื่อให้พ่อเมืองรับรู้ไปลงมือทำสร้างความรู้คนในแต่ละพื้นที่รองรับกับตลาดแรงงาน เน้นลดคนหลั่งไหลเข้ากรุง ร่วมมือกันระดมสมองสร้างรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันเป็นลักษณะบูรณาการ ในทุกพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ

             รองฯสมคิดระบุ ปัญหาของไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2558 การส่งออกของไทยเริ่มติดลบ การแก้ปัญหาคือการเข้าไปสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้แข็งแรงขึ้นแก่คนส่วนใหญ่ที่เป็น “เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา” หนุนให้มีการท่องเที่ยวในประเทศ เรื่องเหล่านี้พ่อเมืองต้องไปทำ สร้างผลิตภัณฑ์ของพื้นที่

             สินค้าขายไม่ได้ อุตสาหกรรมใหม่ครอบงำ พึ่งค่าเงินคงไม่ได้ แข่งขันยากขึ้น ภาคเอกชนต้องเริ่มมีการขับเคลื่อน รัฐต้องสร้างพื้นฐานให้เอกชนด้วยปัจจัยที่มีอยู่ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษแถบชายแดน กับการเน้นความสามารถทางการแข่งขันในแบบไร้พรมแดน สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อแปลงเป็นผลผลิตส่งออกให้ได้อย่างเหมาะสม กับสภาพภูมิประเทศในไทยที่เป็นสังคมเกษตรกรรม ตรึงให้นักลงทุนเข้ามาไทยแล้วไม่หนีไปไหน ดังนั้นการกระจายรายได้กลับคืนสู่ภูมิภาคที่แท้จริงอยู่ที่การจัดสรรคน สถานที่ ในท้องถิ่น

             สำคัญที่สุดของกลไกกระทรวงมหาดไทย ในงานด้านความมั่นคงปรองดอง “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” เจ้าของรหัส “มท.1” ชัดเจน พ่อเมืองต้องปฏิบัติในพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาล พ่อเมืองในฐานะนักปกครองช่วยกันดูแล กลไกแรกมหาดไทยกับการบริหารปกครองประชาชนตรงต้องดูแลทุกข์สุข หากมีสิ่งผิดเพี้ยนต้องเข้าไปดูแล เรื่องของการเมืองอย่าให้มีการไปบิดเบือนปลุกปั่นสร้างความแตกแยก สร้างความรู้ให้แก่ชาวบ้านควบคู่ไปกับการพัฒนา สิ่งใดถูกผิดให้ดำเนินไปตามหลักกฎหมาย ผู้ว่าฯหรือพ่อเมืองต้องรู้ปัญหาทุกอย่างในพื้นที่ ปัญหาค้ามนุษย์ การสร้างความปรองดอง ลดการเผชิญหน้าแตกแยกของคนในชาติ เสริมให้ประชาชนมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อรู้แล้วต้องแก้ไข ถ้ามีสิ่งใดผิดไปจากกลไกการปกครองแล้วไม่ไปดำเนินการขอให้พิจารณาตัวเอง

             ก้าวย่างจากนี้ไปจะพิสูจน์ฝีไม้ลายมือ “พ่อเมือง” ทั้งทิศทางการต่อยอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ “สมคิด” และภารกิจเป็นกลไกหลัก “สร้างความปรองดอง” ตามนโยบายรัฐบาล ตามคำสั่ง “บิ๊กป๊อก”