คอลัมนิสต์

ความจริงคนไทยต้องรู้

ความจริงคนไทยต้องรู้

18 ก.ย. 2558

ความจริงคนไทยต้องรู้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 18 กันยายน 2558

            บทให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความมั่นใจว่า การก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคม ที่ผ่านมา นั้น เป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลที่แค้นเคืองไทยกรณีการส่งชาวอุยกูร์หลบหนีเข้าเมืองจำนวน 109 คน คืนให้กับทางการจีน ถูกปฏิเสธโดยทันควันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า คดียังไม่มีข้อสรุป และถูกสำทับอีกครั้งโดยคณะผู้แถลงข่าวของ คสช. ซึ่งในวันต่อมา พล.ต.อ.สมยศก็ออกมาบอกว่า เป็นการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนของสื่อมวลชน แต่อย่างไรก็ดี ในวันที่พล.ต.อ.สมยศให้สัมภาษณ์นั้น ยังมีเวลาเหลืออีกนับสิบชั่วโมงหลังข่าวแพร่ออกไปทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเวลามากพอที่พล.ต.อ.สมยศ หรือโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาปฏิเสธ

            หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน มีถ้อยแถลงจากฝ่ายรัฐบาลว่า สาเหตุน่าจะมาจากการเมืองภายในประเทศ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ร่วมกันทำงานไปในระยะหนึ่งก็เริ่มมีความคืบหน้าเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหา จนนำไปสู่การออกหมายจับ และการจับกุมผู้ต้องหาได้บางคนในจำนวนอย่างน้อย 21 คน ซึ่งมีคนไทยตกเป็นผู้ต้องหาให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ คดีเริ่มคลี่คลายไปในแนวทางว่าไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการกระทำของขบวนการค้ามนุษย์ เมื่อพล.ต.อ.สมยศออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนั้น จึงเท่ากับเป็นการยืนยันบทวิเคราะห์ของสื่อมวลชนตะวันตกทันทีว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็คือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เกรย์ วูล์ฟส์ ซึ่งเชื่อมโยงกับกรณีการขัดขวางการอพยพของชาติ ซึ่งถ้าหากดูจากผู้ต้องหาทั้ง 21 คน ตามการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก็มีความเป็นได้ว่า อาจจะมาจากขบวนการค้ามนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน เมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาปฏิเสธ สังคมไทยก็ยิ่งเคลือบแคลงสงสัยต่อไป

            ที่ผ่านมานั้น ระหว่างการทำคดี มีทฤษฎีความเป็นไปได้ถูกนำเสนอออกมา 2-3 ทางด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะตอบคำถามได้ว่า อะไรคือสาเหตุหรือแรงจูงใจของคนร้าย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะมีบทสรุปใดๆ ออกมาก็ยังไม่มีเหตุจูงใจที่มีน้ำหนักมากพอมารองรับ เช่นเดียวกับที่ตำรวจเคยให้ข้อมูลแค่ว่า คนร้ายลงมือเพราะความแค้นเนื่องจากผลประโยชน์ของคนในชาติเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า แค้นด้วยเรื่องอะไร เมื่อมาถึงกรณีค้ามนุษย์ ก็ยิ่งตอบข้อสงสัยยากขึ้นอีก เพราะการก่อเหตุร้ายของขบวนการ เท่ากับเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะเมื่อรัฐบาลหันมาเข้มงวดเอาจริงเอาจังก็จะทำให้พวกเขาทำมาหากินได้ยากลำบากขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็มีรายงานว่าคดีจะจบลงด้วยวินาศกรรมของขบวนการค้ามนุษย์ แต่จะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ในระดับไหนนั้นจะต้องติดตามกันต่อไป

            อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุการณ์ร้ายแรง สะเทือนขวัญ กระทบจิตใจของคนไทยทั้งประเทศครั้งนี้จะเป็นฝีมือของใคร ประเด็นที่สังคมเฝ้ารออยู่ในขณะนี้ก็คือ รัฐบาลต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง แม้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ หรือไม่สร้างความหวาดระแวงเกลียดชังต่างเผ่าพันธุ์ขึ้นมา เพราะถึงอย่างไร การกระทำของอาชญากร ก็ย่อมเป็นเรื่องของกลุ่มบุคคล ที่ไม่ใช่การเหมารวม ทุกนาที ทุกชั่วโมง และทุกวันที่สังคมเฝ้าติดตามข่าวสาร พวกเขาปรารถนาที่จะได้รับฟังข้อสรุป อันจะนำมาซึ่งความอุ่นใจและร่วมมือกันระแวดระวังภัยในชาติ ในทางกลับกัน การให้ข่าวที่สับสน ก็รังแต่จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และหน่วยงานที่กำลังทำงานกันอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อส่วนรวมอย่างไม่ต้องสงสัย