
'ผู้ไทนิวส์'สื่อโซเชียลสองฝั่งโขง
'ผู้ไทนิวส์'สื่อโซเชียลสองฝั่งโขง : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาลิกา
สื่อโซเชียลกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดและเปิดกว้างให้คนตัวเล็กๆ ได้โชว์ความสามารถ โดยไม่ต้องพึ่งพาสื่อกระแสหลัก อย่างกรณีของหนุ่มวัย 22 ปี ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินห่างไกล ใช้เวลาไม่ถึง 4 เดือน ก็กลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ มีคนรู้จักทั้งไทยและลาว
กรณีเหตุวุ่นวายในการแข่งขันฟุตบอล ยู 19 ชิงแชมป์อาเซียน ระหว่างไทย-เวียดนาม ที่สนามกีฬาหลัก 16 นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา
ระหว่างเกิด “ศึกชาตินิยม” ผ่านโลกออนไลน์ ของคนสองฝั่งโขง พลันมีการเผยแพร่คลิปชื่อ “ข่าวผู้ไท” ตอนที่ 18 ว่าด้วยเรื่อง U19-2015 ปรากฏในแฟนเพจ “อยู่นา สตูดิโอ” จาก สปป.ลาว ก็ทำให้ความร้อนแรงลดระดับลงโดยทันที
เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอในคลิปนั้นไม่ได้กล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และตอกย้ำความสามัคคีของผู้คนในประชาคมอาเซียน
“เราเป็นเออีซี ลาว ไทย เวียดนาม เขมร ก็ล้วนแต่เป็นพี่น้องกัน จะต้องแบ่งแยกหรืออย่างไร ข้อยก็ยังหวังเลยว่า อยากเห็นคนไทยเชียร์ทีมลาว เห็นคนลาวเชียร์ทีมไทย..เป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดี มีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นแหละที่คิดแบ่งแยก”
เสน่ห์ของผู้รายงานข่าวคือสำเนียงผู้ไท หรือภูไท และพูดเร็วปานจรวด มีมุกฮาแทรกตลอด โดยเฉพาะประโยคนี้
“การแข่งขันในครั้งนี้ก็เกือบจบลงแบบราบรื่น แต่ก็ดันมีเรื่องอันแสบดากไปจนถึงลำไส้ใหญ่” จึงเป็นที่มาของถ้อยวลีที่ว่า “ม่วนแสบดาก”
หลังจากคลิปแรกดังระเบิด ทีมงาน “อยู่นา สตูดิโอ” ได้ปล่อยคลิปตอนที่ 19 “สะสาง U19” โดยตอนหนึ่งได้พูดถึงชาวลาวแสดงความไม่พอใจที่กองเชียร์ชาวไทยที่ก่อเหตุถูกปล่อยตัว โดยไม่มีการลงโทษทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเรื่องทางการไทยลงโทษคนของตนเอง พร้อมชมเชยตำรวจลาวที่ยอมเจ็บเพื่อความสงบสุขของสังคม
ในคลิปตอนนี้ได้ย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ลาว-ไทย พี่น้องกัน” พร้อมเรียกร้องให้ลดความอคติที่ไม่ดีต่อกันของคนสองฝั่ง อย่าสร้างความร้าวฉานเพราะอันธพาลแค่ 2-3 คน
“ตดออกมาสามวิ ยังเอาคืนบ่ได้ ยังสิไปเอาประวัติศาสตร์เป็นร้อยปีมาขัดแย้งกันอีก..” ถ้อยวลีนี้เรียกเสียงฮาแกมสะใจ โดยยอมรับว่าทีมงานอยู่นา มีทัศนคติที่ดีต่อประวัติศาสตร์คนสองฝั่งโขง
ต่อมาเว็บลาวโพสต์ดอทคอม laopost.com เปิดตัว “เทอะ อยู่นา” ผู้สร้างสรรค์ “อยู่นา สตูดิโอ” และเจ้าของเสียงอ่านข่าวสำเนียงผู้ไท โดยมีการโทรศัพท์สัมภาษณ์เขาแบบสั้นๆ แต่ได้ใจความครบ
“เทอะ อยู่นา” มีชื่อจริงว่า “สีพอน วงจินดา” เกิดที่บ้านขอนยาง เมืองอาดสะพอน แขวงสะหวันนะเขต พออายุได้ 3 ขวบ ครอบครัวก็ย้ายมาอยู่บ้านนาบ่อ เมืองเซโปน จนถึงปัจจุบัน
แขวงสะหวันนะเขต เป็นถิ่นฐานคนผู้ไทโดยส่วนใหญ่ เมืองเซโปน อยู่ใกล้ชายแดนเวียดนาม เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของชาวผู้ไทเลิงนกทา ยโสธร และผู้ไทเสนางคนิคม อำนาจเจริญ
“เทอะ” เรียนจบ ม.7 โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์นาบ่อ เมืองเซโปน และได้รับทุนไปเรียนต่อกฎหมายธุรกิจที่เมืองดานัง เวียดนาม เรียนได้ 1 ปี 6 เดือน ก็ถอนตัวมาเล่นดนตรีอาชีพ ตอนที่เรียน ม.1 เทอะซื้อกีตาร์มือสี่ ราคา 25 พันกีบ เขาเล่นกีตาร์ เล่นคีย์บอร์ด โดยเรียนรู้ดนตรีด้วยตัวเอง อาศัยถามผู้รู้ผ่านเฟซบุ๊ก จนสามารถเรียบเรียงดนตรีได้หลังจากจบ ม.7 จึงซื้อกล้องมาถ่ายคลิป ทำเอ็มวีเพลง และตั้งค่ายเพลงเล็กๆ ที่เมืองเซโปน
จุดประกายความคิดที่ทำให้ทำคลิปข่าว “ผู้ไทนิวส์” เขาบอกว่า อยากอนุรักษ์ภาษาถิ่น ภาษาผู้ไท และให้ความบันเทิง ข่าวผู้ไท เน้นความบันเทิง แต่จะแทรกเนื้อหาสาระ จึงไม่ใช่แค่คลิปตลกธรรมดาๆ
“ความหวังสูงสุดในด้านการบันเทิงก็ไม่มีอะไรมากมายมาย เพียงต้องการให้สังคมเปิดกว้างยอมรับและให้โอกาสในผลงานของคนบ้านนอกอย่างน้อง และอยากให้มีคนติดตามผู้ไทนิวส์”
ทุกวันนี้เทอะมีรายได้จากโฆษณาในยูทูบ เดือนละหลักล้านกีบ “ตอนแรกก็แปลกใจ และตอนนี้ดีใจมาก อยากบอกฮักแฟนทุกคนมากๆ ทั้งฝั่งไทย ฝั่งลาว ถ้าบ่มีพวกเจ้าก็บ่มี เทอะ อยู่นา ในวันนี้”
วันก่อนเทอะเดินทางมาจากถิ่นผู้ไทเซโปน แต่งกายสไตล์คนบ้านนอก นุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืด มาให้สัมภาษณ์ในรายการทอล์กของทีวีเอกชนลาว 2 ช่อง เขาย้ำคำพูดเดิมที่ว่า
“อยากบอกฮักแฟนทุกคนมากๆ ทั้งฝั่งไทย ฝั่งลาว ถ้าบ่มีพวกเจ้าก็บ่มี เทอะ อยู่นา ในวันนี้"



