คอลัมนิสต์

อุกกาบาต นาซา และสังคมไทย

อุกกาบาต นาซา และสังคมไทย

17 ก.ย. 2558

อุกกาบาต นาซา และสังคมไทย : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย

            (1) ประธานธิบดีชัค เฮอร์นีย์ ตัดสินใจส่งราเชล เซ็กส์ตัน นักวิเคราะห์ข่าวกรองประจำทำเนียบขาว ไปตรวจสอบความถูกต้องตามรายงานที่ได้รับมาว่า ดาวเทียมดวงใหม่ของนาซา ตรวจพบ “อุกกาบาต” ฝังลึกอยู่ในหิ้งน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือ (1)

            ก็คงไม่น่าตื่นเต้นยิ่งไปกว่า เศษซากอุกกาบาตที่นาซาสรุปว่า ตกลงในเมืองไทยบริเวณ จ.กาญจนบุรี เมื่อเช้าวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา สักเท่าไร ถ้าหากว่าอุกกาบาตที่พบในหิ้งน้ำแข็งไม่ถูกอ้างว่าพบซากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ติดมาด้วย

            อันจะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีสิ่งมีชีวิตนอกโลกจริง เหมือนกับเป็นผลงานชิ้นโบแดง เป็นใบเสร็จที่นาซาสามารถยื่นต่อประชาชนชาวอเมริกันและประธาธิบดีให้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจการขององค์กรสำรวจอวกาศแห่งนี้ต่อไป ทั้งที่กำลังถูกโจมตี ซวนเซด้วยวิกฤติศรัทธา

            ประธานาธิบดีชัค เฮอร์นีย์ เอง ก็ได้ประโยชน์ เพราะเขากำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากวุฒิสมาชิก เชดจ์วิก เซ็กส์ตัน ผู้ท้าชิงในตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยข้อหาว่า สนับสนุนงบประมาณให้แก่นาซาไปกับโครงการที่ล้มเหลว

            อุกกาบาตขั้วโลกเหนือจึงเป็นลูกหินการเมือง ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของสหรัฐอเมริกาขึ้นมาในทันทีที่วุฒิสมาชิก เชดจ์วิก เซ็กส์ตัน ซึ่งก็คือพ่อของนักวิเคราะห์ข่าวกรอง ราเชล เซ็กส์ตัน พบหลักฐานความไม่ชอบมาพากลที่ส่อว่าจะเป็นการจัดฉาก ขณะที่ตัวเองก็มีพฤติกรรมฉ้อฉลและมีเพศสัมพันธ์กับเลขานุการกุนซือสาว

            แต่สุดท้าย เอาเข้าจริง แม้ว่าการค้นพบอุกกาบาตและสิ่งมีชีวิตที่ขั้วโลกเหนือกลับเป็นเรื่องที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นด้วยบุคคลสำคัญในรัฐบาล เชดจ์วิก เซ็กส์ตัน ก็ไม่สามารถหยิบฉวยมาเป็นคะแนนเสียงสนับสนุนตัวเองได้ เพราะนอกจาก “ละครนาซา” ถูกกุขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากๆ ในหน่วยข่าวความมั่นคง โดยที่ประธานาธิบดีไม่รู้เรื่องแล้ว ความพยายามเอาชนะด้วย “เล่ห์” หลอกล่อล้วงข้อมูลของเซ็กส์ตันก็นำความวิบัติมาให้แทนชัยชนะ

            (2) เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558 ชาวบ้านกาญจนุบรีเห็นดวงไฟลุกโพลงกลางอากาศและพุ่งตกลงมา เช่นเดียวกับผู้คนในกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัดที่ทันได้แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในห้วงเวลาเดียวกัน

            ข้อสันนิษฐานของชาวบ้านที่กาญจนบุรีผิดแผกออกไป อาจเพราะความคุ้นเคยกับวัตถุบนท้องฟ้าที่มักบินไปมาอยู่ในพื้นที่เสมอๆ พวกเขาเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก แต่หน่วยราชการยืนยันเสียงเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ว่า มันคือเศษอุกกาบาต

            ให้หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) แถลงข่าวว่า ได้รับข้อมูลที่ยืนยันจากนาซา และจากการลงพื้นที่สำรวจเบื้องต้นที่อุทยานแห่งชาติไทยโยค กาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ วิเคราะห์แล้วพบว่า เป็นวัตถุจากนอกโลก เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณ 3.5 เมตร มีมวลประมาณ 66 ตัน พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยความเร็วประมาณ 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสว่างที่สุดในขณะที่อยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 29.3 กิโลเมตร พลังงานจากการชนกับบรรยากาศของวัตถุดังกล่าวมีค่าเทียบเท่าการระเบิดของทีเอ็นที 3,900 ตัน หรือ 1 ใน 4 ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปทางตะวันตกที่มุมอะซิมุท 269.8 องศา มุมเอียงของการชนเทียบกับพื้นโลก 45.4 องศา

            นอกจากนี้มีรายงานของนักบินการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 303 บินจากสุวรรณภูมิไปยังย่างกุ้ง บันทึกว่า ขณะที่บินอยู่ในตำแห่งเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ได้พบแสงวาบ แสบตา คล้ายการระเบิดเกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการรายงานของนาซา

            (3) บทประพันธ์ “แผนลวงสะท้านโลก” ของแดน บราวน์ ผุดขึ้นในในห้วงคำนึงอีกครั้ง ยามเมื่อปรากฏชื่อองค์การนาซา ว่ากำลังเข้ามา “ให้ข้อมูล” แก่ประเทศไทยในเรื่อง “อุกกาบาต”

            การตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์ ของไทยจะต้องเร่งลงมือให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็ให้ทันท่วงทีกับการแพร่กระจายของข่าวสารในหลากหลายมิติที่อาจจะตามมา โดยเฉพาะในโลกเสมือนจริงที่วิ่งเร็ว แต่อิง “ความเชื่อ” มากกว่าวิทยาศาสตร์ ที่จะต้องใช้เวลาค้นหาความจริง

            นิยายของ แดน บราวน์ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปเชื่อมะกันมากโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข่าว และความมั่นคงของสหรัฐ

            และถึงแม้เรื่อง “Deception Point” จะเป็นเพียงบทประพันธ์ก็ตามที แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า นักเขียนผู้นี้มักใช้ฐานข้อมูลจากการค้นคว้าวิจักษ์และวิจัย

.................

            (1) จากนวนิยาย Deception Point แผนลวงสะท้านโลก ของ แดน บราวน์ แปลโดย อรดี สุวรรณโกมล/แพรวสำนักพิมพ์ ในเครืออมรินทร์