
เปิด(โปง?)เผยหน่วยงานตำรวจ?
เปิด(โปง?)เผยหน่วยงานตำรวจ? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
ความไร้ประสิทธิภาพที่สำคัญในการปราบปรามอาชญากรรม ส่วนสำคัญมาจากการไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมที่ ต้นเหตุ ต้นทาง
อีกทั้งสังคมไทยยังมีความเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่า “การป้องกันหรือป้องปรามอาชญากรรมนั้น เป็นหน้าที่เฉพาะของตำรวจเป็นสำคัญ”
แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น การป้องกันบ่อเกิดอาชญากรรม และบ่อเกิดอาชญากรเป็นหน้าที่ของทุกๆ คน
บ่อเกิดอาชญากรรม หมายถึง สถานทีี่ หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดอาชญากรรม เช่น แหล่งอบายมุข อาทิ บ่อนการพนัน สถานบันเทิง แหล่งจำหน่ายสุรา ของมึนเมา แหล่งซื้อขาย–เสพยาเสพติด เป็นต้น
การช่วยกันลดจำนวนสภาพแวดล้อมเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมดังกล่าวจะช่วยให้ปัญหาอาชญากรรมทุเลาเบาบางลง สอดคล้องกับทฤษฎีคลาสสิกที่มุ่งเน้นเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมในการป้องกันอาชญากรรม
ดังนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมร้านจำหน่ายสุราโดยรอบสถานศึกษานั้น จึงเป็นแนวทางที่สำคัญแนวทางหนึ่งในการป้องกันปัญหาอาชญากรรม ที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเกิดขึ้นในย่านสถาบันการศึกษาโดยมีเด็กและเยาวชนเป็นเหยื่อของผู้ประกอบการที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน จนลืมนึกถึงผลกระทบที่ตกอยู่กับเด็ก เยาวชน และสังคมโดยรวม และควรได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากตำรวจ มหาดไทย และกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
สิ่งที่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้นคือ การป้องกันอาชญากรรมจำเป็นต้องป้องกันอาชญากรควบคู่ไปด้วย หมายความว่า ทุกๆ คนในสังคมจำเป็นต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเดินเข้าสู่สถานะของการเป็นอาชญากรทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาชญากรคนในต้องไม่ให้เกิดขึ้น อาชญากรคนนอกยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้ามาในประเทศ
การเป็นอาชญากรโดยตั้งใจ เช่น กลุ่มผู้ที่กระทำผิดซ้ำในลักษณะต่างๆเช่น การลักทรัพย์ การทำร้ายร่างกายผู้อื่น การเสพยาเสพติดและการก่ออาชญากรรมอื่นๆ ตามมาเช่น การข่มขืน การชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ เป็นต้น
การเป็นอาชญากรโดยไม่ตั้งใจ เช่น ผู้ที่ไม่สามารถบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองได้ในบริบทของการถูกดูหมิ่น ดูแคลน หรืออาจมีความจำเป็นจากสถานการณ์บังคับจากการถูกข่มเหงรังแก มีความจำเป็นจากการที่ต้องใช้เงินเร่งด่วนอาจเนื่องจากบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วยกะทันหันและถูกบีบคั้นทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงกลุ่มคนที่รับรู้ว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคมและเกิดการต่อต้าน ตอบโต้ความไม่เป็นธรรมต่างๆ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรทั้งสองประเภทดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น และพบว่ายังไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามที่ดีเท่าที่ควร
หากทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมถึงประชาชนทั้งหลายในสังคมให้ความร่วมมือและเห็นความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและอาชญากรอย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพแล้วนั้น ย่อมทำให้สังคมมีความมั่นคงและน่าอยู่ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งตำรวจ สังคมไทยต่างเรียกร้องและเชียร์ให้ปฏิรูป
การรอพึ่งตำรวจแต่เพียงหน่วยเดียวจึงไม่ใช่คำตอบในยามนี้
ถึงแม้ว่าจะใช้ระบบคิดเช่นนี้ก็มิได้หมายความว่า ตำรวจจะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบทบาทการป้องกันอาชญากรรมในเชิงรุก ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญอย่างมากของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้
การที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถูกตั้งคำถามจากสังคมในยามนี้ (ถึงแม้ว่าจะเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันของคนวงในมานานแสนนาน) คำถามเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างๆ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรและอาชญากรรมที่ควรจะมีความเข้มแข็งและสามารถสนับสนุนหน่วยงานส่วนหน้า ซึ่งหมายถึงสถานีตำรวจ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
การปล่อยให้คนอื่นเข้ามาในบ้านเพียงผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย (แต่ละราย) แต่ส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจ และน่าสะเทือนใจพอๆ กับการมีข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจนที่ว่า เหล่าบรรดาเด็กนาย และพวกมีอิทธิฤทธิ์อภินิหารทั้งหลาย ล้วนกระหายและพยายามวิ่งเต้นไปสังกัด (ขอหลีกเลี่ยงว่าไปปฏิบัติงาน) ยังหน่วยงานที่มีผลประโยชน์และสามารถต่อท่อ (น้ำเลี้ยง) ไปยังผู้มีอำนาจได้ง่ายขึ้นตามหน่วยงานต่างๆ ที่มีผลประโยชน์และอำนาจ รวมถึงความมีลักษณะธรรมชาติหน่วยงานที่เรียกว่า "หน่วยงานปิด” (Close unit) ที่เอื้อให้กระทำการอย่างย่ามใจไร้การตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่บวกจะเห็นถึงธรรมชาติขององค์กรตำรวจที่แตกต่างจากองค์กรอื่นคือ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอดทน หรือทนทานได้ต่อไป ตำรวจจะคิดถึงสังคมมากกว่าชื่อเสียงเฉพาะหน่วยงาน ด้วยใจหนึ่งคงอาจมุ่งหวังที่จะเห็นการคานอำนาจที่มิชอบดั่งเช่นที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเล่าเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้ปรากฏการณ์ส่วนผิวที่ดำรงอยู่นั้น นับได้ว่าเป็นความกล้าหาญและความใจกว้างที่พยายามส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจและสังคมได้รับรู้และเข้าใจอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่า ปัญหาอาชญากรรมที่ดำรงอยู่นั้น มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันอย่าลึกซึ้งของอำนาจและผลประโยชน์ที่มิได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ปัญหาหรือประสิทธิภาพภายในองค์กรตำรวจแต่เพียงเท่านั้น
ในที่สุดก็กลับมาคำตอบเดิม "การบริหารงานตำรวจต้องอิสระ เป็นธรรมและโปร่งใส”



