คอลัมนิสต์

รัฐธรรมนูญแบบไหน

รัฐธรรมนูญแบบไหน

15 ก.ย. 2558

รัฐธรรมนูญแบบไหน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              ถ้าเริ่มต้นด้วยคำว่า คนที่จะมาเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องเข้าใจ คสช.แล้วละก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก หรือเรื่องที่ต้องคาดหวังว่า จะต้องมีผู้มากบารมี หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนคนใด แต่เอาเฉพาะคนที่คุยกับ คสช.รู้เรื่องแล้วก็น่าจะพอ

              เพราะจะว่าไปแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไปนั้น เนื้อหาก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายจนใครต่อใครรับไม่ได้

              เห็นได้จากเสียงที่โหวตรับร่าง หลายคนที่โหวตรับต่างก็เคยทำงานเพื่อสังคม หรือปัจจุบันนี้ก็ทำอยู่เสียด้วยซ้ำไป

              ไม่ว่าจะเป็น หาญณรงค์ เยาวเลิศ หรือ สารี อ๋องสมหวัง

              เพราะเห็นว่า เรื่องการปฏิรูปการศึกษา สังคม การปราบปรามคอร์รัปชั่น สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค ถูกผลักดันจนเป็นสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ

              ที่เป็นปัญหาเป็นหมวดที่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่มาของวุฒิสภา ที่มาของนายกรัฐมนตรีที่เปิดทางให้คนนอกเข้ามา และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่ดูเหมือนจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของคนหลายคน

              แต่ก็นั่นแหละ การโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญดูเหมือนจะเป็นผลดีแก่ คสช.

              เพราะไม่ต้องไปปวดหัวกับการเผชิญหากันระหว่างกลุ่มการเมืองเดิม ที่พร้อมจะปลุกกระแสที่ไม่เพียงแค่กดดัน คสช. หากแต่จะลุกลามไปถึงการปฏิเสธอำนาจ คสช.กันเลยทีเดียว

              ถึงแม้ว่าที่สุดแล้ว ร่างรัฐธรมนูญจะผ่านการลงประชามติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาตินั้นจะทำให้บ้านเมืองกลับสู่ปกติ ในเมื่อแรงปลุกเร้าให้คิดต่างและพร้อมจะเผชิญหน้ายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการปลุกกระแสจากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย

              นั่นหมายความว่า วันเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้นต่างหาก ที่น่าจะเป็นวันที่นาฬิกาในกล่องระเบิดเดินไปถึงจุดสิ้นสุด

              แต่เมื่อเลือกใช้เส้นทางนี้ ปัญหาไม่ใช่ว่าจะเลือกใครมาเป็นกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือจะให้ใครมาเอาร่างที่ถูกคว่ำกลับมาแก้ไข แต่มันเป็นเรื่องของเนื้อหาที่จะแก้นั่นต่างหากว่า จะให้รัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร

              จะให้ยอมรับหรือจะให้ปฏิเสธอีกครั้ง !

              เพราะว่ากันตามจริงแบบไม่โกหกตัวเอง ก็น่าจะมองเห็นตรงกันว่า การได้รัฐธรรมนูญเร็ว หรือเอาแค่ตามกำหนดเวลา และนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ

              เราไม่มีเดิมพันมากพอที่จะปล่อยจังหวะแต่ละก้าวที่วางเท้าลงไปโดยไม่เหลียวแลความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญหน้ากันอยู่

              เรายังมีกลุ่มคนที่พร้อมจะใช้ “เสียงข้างมาก” และ “ประชาธิปไตย” เพื่อประโยชน์ของตนและพวกอยู่ และยังมีพวกที่เข้าใจว่า “ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม” นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะต้องสำนึกในความผิดอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

              ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนเหล่านั้นคือ ผลผลิตจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ว่ากันว่า ดีที่สุด อย่างปี 2540 เพียงเพราะผ่านการทำประชามติ แต่กลับไม่ย้อนไปดูว่ากระแสให้ “เอา” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เกิดจาก “ความกลัว” เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้นหรือไม่ คำตอบของเรื่องนี้ก็คือรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ออกมาเพื่อแก้ข้อบกพร่อง แต่ที่สุดก็พบว่า ยังมีข้อบกพร่องจนทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้

              ในวันนี้คงต้องถามกันอีกครั้งว่า รัฐธรรมนูญแบบไหนที่เหมาะกับคนไทย เหมาะกับประเทศไทย ?