
20เดือนสู่ความเข้มแข็ง
20เดือนสู่ความเข้มแข็ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ก.ย.2558
กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาปฏิรูปการเมือง(สปช.) โหวตไม่รับร่างดังกล่าว พร้อมโรดแม็พการเมืองที่ถูกปรับโฉมด้วยสูตร 6-4-6-4 หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยคาดว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ราวกลางปี 2560 ส่งผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องบริหารประเทศต่อไปอย่างน้อยอีก 20 เดือน ท่ามกลางความท้ายทายในหลากหลายเรื่องทั้งความขัดแย้งทางการเมืองในรอบใหม่ และภาพรวมทางเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศที่รัฐบาลพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในขณะนี้ ทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน กับการส่งออกที่ลดลง และอาจจะเป็นเหตุผลในการออกมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมได้
บทเรียนการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาและเป็นปัจจัยให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการโหวต ถูกนำขึ้นมาตั้งบนโต๊ะเพื่อรอการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ที่มาของ ส.ว. ที่ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือก 123 คน จาก 200 คน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจรัฐบาล-คสช.การเลือกตั้งแบบใหม่ การลดอำนาจในองค์กรอิสระ นอกเหนือจากนายกรัมนตรีคนนอกที่ถูกนำมาโจมตีถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย และเป็นการเตรียมเปิดทางให้ใครบางคนเข้าสู่อำนาจสูงสุดทางการเมืองโดยไม่ผ่านระบบเลือกตั้ง ที่สำคัญยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.) เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองในอนาคต แต่ถูกมองว่ามีอำนาจมากเกินไป เป็นการเข้ามาคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกชั้นหนึ่ง
ความพยายามในการสรรหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นหลักต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะต่อให้ได้คนดีมาก หรือคนดีน้อยเข้ามา ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ตามโจทย์ คือ การแก้ไขความขัดแย้งในอดีต และไม่ทำเนื้อหาให้เป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ ต้องยอมรับถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไปนั้นมีข้อดีและหลายประเด็นช่วยปลดล็อกปัญหาที่เคยเป็นเดดล็อกทางการเมืองอยู่หลายประการ แต่กระนั้นการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ควรต้องกระทำโดยเปิดเผยและเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้าร่วม รวมถึงต้องรับฟังเสียงทุกฝ่ายรวมทั้งนักการเมืองในฐานะที่เป็นตัวแทนที่เชื่อมระหว่างประชาชนกับฝ่ายรัฐ ที่สำคัญหากทำเนื้อหาให้มีความขัดแย้งและผ่านไปถึงกระบวนการทำประชามติจะทำให้เกิดความรุนแรงได้
ปฏิทินเวลาดำเนินการสำหรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีไว้ประมาณ 20 เดือน ถือเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการทำประเด็นเรื่องของการปฏิรูปประเทศในหลายเรื่องที่ค้างคาในอดีต หรือการแก้ไขปัญหาทางการเมืองให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ และมีเวลาในการที่จะเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมามีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการยอมรับ อีกทั้งทุกภาคส่วนสังคมจะได้ใช้ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ยืดขึ้นจากโรดแม็พเดิมเป็นโอกาสทองในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงให้ได้ บางฝ่ายก็ควรหยุดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองในช่วง 6 เดือนนี้ เพื่อให้เป็นเวลาของการวางระบบที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองในอนาคต เมื่อทุกคนมาร่วมกันทำอย่างนี้อย่างสร้างสรรค์จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ประเทศชาติเดินหน้าบนเวทีโลกอย่างเข้มแข็งด้วยความภาคภูมิใจ



