คอลัมนิสต์

ตามหา21อรหันต์

ตามหา21อรหันต์

09 ก.ย. 2558

ตามหา21อรหันต์ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น

              เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” และคณะร่างขึ้น ถูกคว่ำโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดว่า ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้ง “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ขึ้นมา 21 คน เพื่อทำงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งฉบับ

              แต่คำถามใหญ่คือ ณ วันนี้ใครที่จะเข้ามารับหน้าที่นี้ เพราะถือว่าเสี่ยงไม่น้อย และมีโอกาสเสียคนสูง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกส่งไปยังมือประชาชนเพื่อทำหน้าที่ตัดสินผ่านการทำประชามติ

              ชัดเจนว่า แม้สเปก “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” จะไม่จำกัดว่าจะเป็นคนเก่าหรือไม่ แต่หลายคนก็ออกมาแสดงท่าทีว่าไม่ประสงค์ที่จะกลับมารับหน้าที่นี้อีกแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปฯ และอดีตกรรมาธิการยกร่างฯ บางคนที่ถูกจับตาว่าจะมาทำงานนี้ พร้อมแสดงท่าทีว่าอยากเข้ามาทำงาน

              อย่างไรก็ตาม “วิษณุ เครืองาม” ระบุว่า คนที่จะมานั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย แต่ต้องมีความรู้เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจสภาพปัญหา และความต้องการของสังคมในทุกมิติ ทำให้สเปกเปิดกว้างขึ้น

              ขณะที่ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.  ก็ระบุสเปกว่า คือ  “คนที่เป็นตัวของตัวเอง และต้องแสวงหาทางออกให้บ้านเมืองได้”

              ทั้งนี้จากวิธีคิดนี้ทำให้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะใช้ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับที่เพิ่งตกไปเป็นร่างต้นแบบและนำมาปรับแก้เพิ่มหรือตัดในส่วนที่เป็นปัญหาออกไป ดังนั้น “นักกฎหมาย” จึงอาจจะไม่จำเป็นมากนัก แต่น่าจะเป็นคนที่เข้าใจและรับรู้สภาพปัญหา และที่สำคัญคือเข้าใจ “คณะผู้บริหารประเทศ” ในขณะนี้

              ขณะเดียวกัน หากดูการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 และ 2550 จะพบว่า คนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย หากแต่ต้องเป็นคนที่คุมเกมอยู่ ส่วนคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจะอยู่ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการยกร่างฯ โดยปี 2540 ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ คือ “อานันท์ ปันยารชุน” และมีเลขาธิการชื่อ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”

              ขณะที่ปี 2550 ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ คือ “ประสงค์ สุ่นศิริ” เลขาธิการคือ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” แต่ฉบับที่ผ่านมา “บวรศักดิ์” ที่เป็นประธาน ดูเหมือนจะเป็นทั้งคนคุมเกมและคนเขียนเอง ทำให้อาจกลายเป็นจุดอ่อน เพราะไม่มีใครคานหรือคัดง้างกันได้

              แต่ขณะเดียวกันมือกฎหมายมหาชนก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน กรรมการร่างรัฐธรรมนูญจึงต้องประกอบด้วยทั้งสองส่วน

              นาทีนี้เริ่มมีเสียงพูดถึงคนที่มีบารมีเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น “มีชัย ฤชุพันธุ์” มือกฎหมายลำดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในสมาชิก คสช. หรือ “จรูญ อินทจาร” อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจ และเคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว

              นอกจากนี้ยังมีชื่อของ “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช. ผู้มากด้วยคอนเนกชั่น และเป็นมือประสานสิบทิศ หรือชื่อของ “อุกฤษ มงคลนาวิน” อดีตประธานวุฒิสภา ก็โผล่มาด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ผู้เสนอแนวคิด “รัฐบาลแห่งชาติ”

              ในส่วนของมือกฎหมายก็ปรากฏชื่อของ “สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงนักกฎหมายในค่ายธรรมศาสตร์หลายคน แต่ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” อดีตผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นปฏิเสธแล้วว่าจะไม่ร่วม

              เช่นเดียวกับ “นรนิติ เศรษฐบุตร” อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ปฏิเสธ โดยระบุว่าอายุเยอะ และผ่านการร่างรัฐธรรมนูญมาสองฉบับ จึงอยากเปิดทางให้คนใหม่เข้ามาทำบ้าง

              ทั้งนี้ยังมีการมองว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ใช้นักวิชาการสาย “สถาบันพระปกเกล้า” และ “จุฬาฯ” เป็นหลัก  และครั้งนี้หากค่าย “ธรรมศาสตร์” ปฏิเสธที่จะรับงาน กรรมการชุดใหม่อาจขับเคลื่อนโดยนักวิชาการจาก “นิด้า”

              นอกจากนี้เหล่าผู้ที่เคยเป็น สปช. และเคยเสนอตัวเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ แต่ต้องตกรอบไปก็มีสิทธิที่จะเข้ามาเป็นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” หรือ “ชัยอนันต์ สมุทวณิช”

              อีกไม่เกิน 30 วันรู้กัน ใครจะมาทำงานใหญ่ครั้งนี้ แต่ใครก็ตามที่เข้ามาพึงรู้ว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่ของง่าย