คอลัมนิสต์

บทเรียนจากราชประสงค์

บทเรียนจากราชประสงค์

09 ก.ย. 2558

บทเรียนจากราชประสงค์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่9ก.ย.2558

              การลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับร้อยราย ต้องนำมาเป็นบทเรียนสำคัญและต้องมีการวางแผนการสกัดกั้นกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ จะต้องได้รับการบูรณาการและทำงานประสานไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งสำคัญคือนโยบายของรัฐบาลต้องชัดเจนมีเจ้าภาพรับผิดชอบ เพราะหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวพบว่า ประเทศไทยมีช่องโหว่มากมายที่กลุ่มคนร้ายสามารถเคลื่อนไหวภายใน กระทั่งนำไปสู่การซื้อวัตถุประกอบระเบิดได้แบบครบวงจร ประเด็นสำคัญจึงอยู่ท่ี่ว่าประเทศไทยอยู่ในข่ายหรือเป็นเป้าหมายหนึ่งของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่ หรือเป็นเพียงการล้างแค้นของคนบางกลุ่ม คำถามคือจะรับมือกลุ่มอาชญากรที่มีศักยภาพระดับนานาชาติอย่างไรในอนาคตที่ประชาคมอาเซียนจะเริ่มมีผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

              สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ต้องรับมือกับปัญหาเหล่านี้โดยตรง ความพร้อมของบุคลากร แผนงานที่วางไว้ สามารถทำให้ประชาชนหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมั่นใจได้หรือไม่อย่างไร บทเรียนจากราชประสงค์เราได้เห็นถึงจุดบกพร่อง ความสับสนทั้งข้อมูลด้านการเข้าออก รวมถึงกระบวนการสืบสวนสอบสวน ไปจนถึงการเรียกรับเงินผลประโยชน์ต่างๆ ที่กำลังเป็นแผลแหวะที่คนระดับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำมาแฉเองถึงส่วยของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นด่านความมั่นคงแรกก่อนเข้าประตูสู่ประเทศไทยว่ามีการเรียกรับเงินจากด่านที่เป็นสนามบินถึงวันละเกือบ 2 ล้านบาท จนเห็นภาพชัดเจนว่าประเทศไทยมีรอยรั่วทำให้อาชญากรระดับชาติแฝงตัวเข้ามาเคลื่อนไหวกบดานในบ้านเราได้อย่างเสรี เมื่อระดับ ผบ.ตร.นำข้อมูลออกมาเปิดเผยเช่นนี้เชื่อได้ว่ายังมีผลประโยชน์ซุกอยู่ใต้พรมอีกมาก ข้อมูลที่จะรายงานถึงนายกรัฐมนตรีจะกลายเป็นปฐมบทในการปรับสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ด่านทั่วประเทศ สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการล้างบางแล้ว ตำรวจที่มีพฤติกรรมหลักฐานชัดเจนจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย

              ไม่เพียงเฉพาะด่านท่าอากาศยานเท่านั้น ด่านถาวรทั่วประเทศ ก็มีการเรียกรับผลประโยชน์ ที่มีเรื่องร้องเรียนถึง ผบ.ตร.มากมาย จนนำไปสู่เอกสารชิ้นสำคัญที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ต้องทำเป็นเอกสารแจกแจงวิธีการเรียกรับผลประโยชน์และพฤติกรรมของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแจกจ่ายในที่ประชุมระดับผู้บัญชาการ ลงไปถึงสารวัตรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 54 แห่งทั่วประเทศ พฤติกรรมมีตั้งแต่การรับจ้างทำเรื่องขออยู่ต่อ, การแนะนำวิธีการเข้าออกประเทศ เพื่อรับรองการเดินทางเข้าออกเพื่ออยู่ต่อ, การยินยอมให้ต่างชาติอยู่ต่อโดยผิดกฎหมาย, การประทับตราการเดินทางเท็จเพื่อส่งคนไปประเทศที่สาม มีการขายบัตรตม.6 เพื่อให้คนลาว เวียดนามเข้ามาทำงาน รวมถึงการเรียกรับเงินเพิ่มจากการทำวีซ่าประเทศปลายทาง จะเห็นว่าทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบต่อความมั่นคงโดยตรง ถ้าคนระดับ ผบ.ตร.แฉกันแบบนี้คงมีการย้ายล้างบางอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือมีบทเรียนและผลกระทบต่อการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐจนประเทศไทยได้รับความเสียหาย