คอลัมนิสต์

อยู่ยาวกว่าที่นักการเมืองคิด

อยู่ยาวกว่าที่นักการเมืองคิด

08 ก.ย. 2558

อยู่ยาวกว่าที่นักการเมืองคิด : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              ทันทีที่สปช.มีมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีคำถามในทันทีเช่นกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ดูจะไม่ค่อยตื่นเต้นกับการลงมติของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้งที่รัฐธรรมนูญที่ร่างมานั้น หลายประเด็นก็ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย

              แต่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไปเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อช่วงสายวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติกำลังลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปอย่างสบายๆ

              พอเสร็จสิ้นการกล่าวเปิดงานก็เดินทางกลับบ้านพัก ที่ ร.1 รอ. ถนนวิภาวดีรังสิต ก็มีข่าวว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงผลการลงมติของ สปช.

              หากดูปัจจัยต่างๆ แล้ว ผลจากการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้ ไม่น่าจะเพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ “สบายใจ” แต่น่าจะเป็น คสช.ทั้งคณะ

              นั่นก็เพราะว่า เงื่อนไขที่บัญญัติให้ไปทำประชามติภายใน 45 วันนับจาก สปช.ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ คือประเด็นสำคัญ เพราะมันหมายความว่า การเผชิญหน้าระหว่าง คสช.กับเสียงประชาชนจะเริ่มนับถอยหลังในทันที

              ปัญหาปากท้องของประชาชนที่ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ภายหลังการอัดฉีดเม็ดเงิน 1.3 แสนล้านบาท เข้าไปยังระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงระดับจังหวัด และธุรกิจเอสเอ็มอี ตามแนวทางของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ

              ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลครั้งล่าสุด ก็พบว่า เรื่องปากท้องเป็นประเด็นสำคัญที่ฉุดคะแนนนิยมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และกลายเป็นประเด็นที่นักการเมืองเอาไปโจมตีว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

              ขณะเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, บรรหาร ศิลปอาชา และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่างก็ออกมาเรียกร้องให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่หนักหน่วงจนถึงกับต้องยกเลิกพาสปอร์ตกันเลย ก็เป็นราย จาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไปเขียนความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญในเฟซบุ๊ก ว่า หากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไป จะทำให้ คสช.ครองอำนาจ ผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดอง ไปยาวนานเกิน 5 ปี

              45 วันนับจาก สปช.โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญนั้นมากพอที่จะทำให้ทั้งปัญหาเศรษฐกิจกับปัญหาการเมือง ถูกเร้าให้ประชาชนปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่ และนานมากพอที่จะทำให้วันลงประชามติเป็นวันที่ประชาชนพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ คสช.

              นั่นก็หมายความว่า แทนที่ประชาชนจะมาลงมติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะกลายเป็นว่า ประชาชนมาลงมติชี้ชะตา คสช.ว่าจะให้อยู่ต่อไปหรือไม่

              นักการเมืองคิดว่า ถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญ คสช.อยู่ยาว

              แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เข้าใจได้ว่า ทหารรู้ว่านักการเมืองคิดอย่างไร และทำในสิ่งที่นอกเหนือการคาดหมายของนักการเมือง

              เพราะความจริงที่เกิดขึ้นนับจาก สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญแล้ว คสช.น่าจะอยู่ยาวกว่าที่ นักการเมืองคิด