
โรดแม็พ20เดือน
โรดแม็พ20เดือน : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 8 กันยายน 2558
เริ่มมีความชัดเจนขึ้นอีกระดับหนึ่ง สำหรับโรดแม็พนำพาประเทศไทยสู่การเลือกตั้งเพื่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายหลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มีมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ โดยล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า การบริหารเวลานับจากนี้ทุกอย่างจะใช้สูตร 6-4-6-4 คือ ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 6 เดือน จากนั้นเตรียมการทำประชามติ 4 เดือน ถ้าผ่านประชามติก็พิจารณากฎหมายลูก และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) รวมทั้งส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นใช้เวลารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอีก 4 เดือน รวมเวลาประมาณ 20 เดือน กระนั้นก็ตาม นายวิษณุบอกว่า กำหนดเวลานี้ "พูดให้ยาวไว้ก่อน” เพราะถึงเวลาปฏิบัติจริงที่บอกว่า 6 เดือนอาจจะใช้เวลาไม่ถึงตามนั้นก็ได้
แน่นอนว่า ระยะเวลานานขนาดนี้ ย่อมเกิดความคลางแคลงใจขึ้นได้ว่า รัฐบาลและคณะต้องการจะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดหรือไม่ คนกลุ่มแรกที่ออกมาเคลื่อนไหวคือนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะการเลือกตั้งต้องทอดยาวออกไปถึงเกือบ 2 ปี นอกจากนี้ก็จะมีกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ปรารถนาจะเห็นการคืนอำนาจหรือการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ออกมาแสดงพลังสร้างแรงกดดันต่อไปเป็นระยะด้วย ถึงอย่างไร เหตุผลของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่อ้างว่า เพื่อยุติความขัดแย้งอันอาจขยายใหญ่ออกไปในอนาคตข้างหน้านั้น ก็เป็นเหมือนพันธสัญญาที่ให้ไว้ว่า อย่างน้อยที่สุดในระยะเวลาหนึ่งพวกเขาก็ให้โอกาสเพื่อการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ให้มีเนื้อหาที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องด้วย การต่อรองนับจากนี้จึงจะเป็นเรื่องของการขอให้ทำงานกันอย่างรวดเร็วเพื่อร่นระยะเวลาของโรดแม็พให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคสช.เชื่อว่า จะต้องปรับแก้ประเด็นสำคัญที่เป็นชนวนของความขัดแย้ง เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.)ที่ถูกมองว่ามีอำนาจมากเกินไป ทั้งยังเข้ามาควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มาสมาชิกวุฒิสภา ที่ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีคัดเลือก 123 คนจากทั้งหมด 200 คน ถือว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ การเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ที่มานายกรัฐมนตรีที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง การตัดอำนาจตรวจสอบข้าราชการระดับเล็กของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสิทธิภาคประชาชนที่จะเข้ามาตรวจสอบฝ่ายบริหารก็ถูกวิจารณ์ว่ามากเกิน เหล่านี้นับเป็นประเด็นที่คณะกรรมการยกร่างฯ 21 คนซึ่งจะเข้ามารับไม้ต่อ จะนำกลับไปพิจารณาว่าจะตัดออกหรือปรับแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ออกมาดีที่สุด
1 ใน 6 เรื่องสำคัญดังกล่าวมานั้น ดูเหมือนว่า คปป.จะเป็น “ห้องเครื่อง” เพราะถูกหมายมั่นว่าจะนำไปสู่ "ยุทธศาสตร์ชาติ” อย่างเช่นที่ นายวิษณุย้ำล่าสุดว่า คนที่เป็นกรรมการร่างฯ จะต้องใส่ใจแล้วนำมาพิจารณา และต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า ถ้าไม่เอาคปป.แล้ว ปัญหาที่มันยังอยู่ซึ่งเริ่มต้นมาจากกรรมาธิการชุดเดิม ได้หยิบยกกรณีที่บ้านเมืองจะเกิดปัญหาแล้วจะมีมาตรการใดมารองรับ แค่ตัวอย่างนี้เรื่องเดียว ก็จะต้องใช้เวลาถกเถียงทำความเข้าใจกันอีกนานเหมือนเช่นที่ได้แสดงความวิตกกังวลกันมา ไม่เพียงเฉพาะว่าสังคมจะกลับไปสู่ความวุ่นวายอีกหรือไม่ แต่ในทางกลับกัน การให้อำนาจคปป.มากำกับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ก็อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับได้อีกต่อไป ระยะเวลานับจากนี้จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งในช่วงของการถอยมาตั้งหลัก เพื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมาให้ดีที่สุด



