คอลัมนิสต์

เริ่มนับหนึ่งกันใหม่

เริ่มนับหนึ่งกันใหม่

07 ก.ย. 2558

เริ่มนับหนึ่งกันใหม่ : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558

           จะเรียกว่า เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ หรือว่า เปลี่ยนแปลงโรดแม็พสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญก็แล้วแต่ หลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 105 ไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะนับจากนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้า จะแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ขึ้นมาใหม่ภายในเวลา 30 วัน จากนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้จะใช้เวลาอีกไม่เกิน 180 วัน หรือ 6 เดือนยกร่างรัฐธรรมนูญ และขอความเห็นชอบจากประชาชนโดยตรงผ่านการทำประชามติ ซึ่งรวมระยะเวลาทั้งการยกร่างฯ ประชามติ และการออกกฎหมายลูก คาดว่าการเลือกตั้งจะสามารถจัดขึ้นได้ประมาณเดือนมีนาคม 2560 หรือประมาณ 1 ปีครึ่ง ซึ่งก็เท่ากับว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในวาระตามกำหนดนี้ไปพร้อมกัน และจะสิ้นสุดลงในกรณีที่ประชามติออกมา ”รับร่างฯ” ฉบับใหม่

           การลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้าว่า เกิดกระบวนการ ”ล็อบบี้” ให้คว่ำร่างฯ โดยเฉพาะกระแสข่าวที่ออกมาในทำนองว่า สปช.สายทหารจะขานคะแนน ”ไม่เห็นชอบ” เช่นเดียวกับ สปช.ตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ อีกกว่า 60 คน ก็จะออกเสียงในทิศทางเดียวกัน เมื่อผลการลงมติออกมาเช่นนั้น จึงทำให้เข้าทฤษฎีการวิเคราะห์ที่ว่า กลุ่มที่ต้องการให้ คสช. รัฐบาล และสนช.อยู่ในอำนาจต่อไป จะใช้เกมทอดเวลาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการต่อวาระมีน้ำหนักไม่น้อย เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้เวลาตามกระบวนการต่างๆ ถึงปีครึ่ง กว่าจะมีเลือกตั้ง ขณะที่ สปช.จังหวัด นักวิชาการ หรือกลุ่มการเมือง ก็เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเผด็จการ ไม่อาจยอมรับได้ที่จะให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อควบคุมรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งภายใต้ข้ออ้างที่ว่าด้วยการปฏิรูปและสร้างความปรองดองแห่งชาติ

           ประเด็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งการให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันมีอำนาจเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 123 คนจากทั้งหมด 200 คนแยกต่างหากจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัดถือเป็นเรื่องหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเป้านำไปสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่กระนั้นก็ตาม สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์คาดหวังว่าควรจะต้องเกิดขึ้นภายในเวลาอย่างน้อย 5 ปีหลังการเลือกตั้งในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจา กสปช.ก็คือ ”ยุทธศาสตร์ชาติ” ที่นายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณถึงสังคม เหมือนกับต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านความชอบอันจะเป็นการถือกำเนิดของคณะกรรมการชุดดังกล่าว แต่เมื่อ สปช.สายทหาร ที่ถือว่าเป็นเสียงชี้ขาดลงมติไม่เห็นชอบ ทำให้มองไปอีกด้านหนึ่งได้ว่า สปช.สนับสนุนให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไปจนถึงเลือกตั้งมีนาคม 2560

           อย่างไรก็ตาม เวลานับจากนี้ อาจถือได้ว่า ถนนทุกสายที่จะทอดไปสู่การเลือกตั้งนั้น จะต้องเริ่มต้นสร้างกันใหม่ ซึ่งบางคนบอกว่า คณะกรรมาธิการสามารถหยิบยกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไปมาปรับปรุงใหม่ได้ กระนั้นก็ตาม นับจากนี้ไปต้องจับตาว่า คณะกรรมาธิการยกร่างฯ 21 คน จะร่างรัฐธรรมนูญไปในทิศทางใด และจะคงไว้สำหรับประเด็นที่เป็นชนวนถูกคัดค้านหรือไม่ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับ 2557 แก้ไขปี 2558 ได้ระบุไว้ว่า ในระหว่างการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญหลังร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการตกไป ก็ให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดใหม่รับฟังความคิดเห็นของคสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประชาชน ประกอบด้วย ซึ่งก็ขึ้นกับว่า คณะกรรมาธิการจะให้น้ำหนักกับ ”ความเห็น” ของใครเป็นหลัก ซึ่งทั้งหมดก็จะเป็นข้อพิสูจน์ทฤษฎีวิเคราะห์ต่างๆ หลัง สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะที่พุ่งเป้าไปยังประเด็นการครองอำนาจ