
อีสานเศร้าดอกกะแยงเซาซบ
อีสานเศร้าดอกกะแยงเซาซบ : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา
ท่ามกลางกระแสข่าวตามล่าตัวคนร้ายคดีวางระเบิดราชประสงค์ที่งวดกระชั้นเข้ามาทุกขณะ อยู่ๆ คนไทยทั้งประเทศก็พากันช็อกกับข่าวการเสียชีวิตของ พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ดอกกะแยงในทุ่งอีสานวันนี้คงพากันเหี่ยวเฉาซบเซา เพื่อค้อมคารวะไว้อาลัยแด่ นักแต่งเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่แห่งลุ่มน้ำมูล เมื่อท่านจากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 79 ปี ปิดฉากตำนานนักแต่งเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่ให้คงอยู่ในความทรงจำของเราไปตลอดกาล
ผมรับรู้ข่าวนี้ได้ทันทีทันใด ผ่านการรายงานในเฟซบุ๊กของมิตรสหายและคนรู้จัก ข่าวการจากไปของครูพงษ์ศักดิ์ ผุดขึ้นมาบนเฟซบุ๊กสเตตัสแล้วสเตตัสเล่า ครั้งแรกที่ได้ข่าวก็แทบไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกใจว่าจะได้ยินข่าวทำนองนี้ เพราะทราบมาก่อนว่า ครูพงษ์ศักดิ์ท่านเจ็บป่วยเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้งในบั้นปลายของชีวิต วันนี้ท่านได้ปล่อยวางภาระทั้งปวงลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
ผมไม่ได้รู้จักครูพงษ์ศักดิ์เป็นการส่วนตัว ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ลูกหาท่าน แต่ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของท่านในฐานะนักฟังเพลงลูกทุ่งคนหนึ่ง ที่หลงไหลและดื่มด่ำไปกับมนต์เพลงอันไพเราะเต็มไปด้วยพลังทางวรรณศิลป์และน้ำเนื้อแห่งชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพลงอมตะอย่าง อีสานบ้านเฮา หรืออีสานบ้านของเฮา สาละวันลำวง สาวชุมแพ สาวอุบลรอรัก รอรักที่ต้นกระโดน ด่วนบ.ข.ส. ฯลฯ บทเพลงที่เอ่ยมานี้เป็นผลงานเพียงบางส่วน ตลอดชีวิตการประพันธ์เพลงมายาวนานของท่าน ครูพงษ์ศักดิ์ได้เล่าเรื่องและถ่ายทอดภาพชีวิตของคนชนบทอีสาน ที่ผูกพันแนบแน่นอยู่กับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนภูมินิเวศที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนในแทบจะทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นวิถีความเป็นอยู่ ความรัก ความหวัง การดิ้นรนต่อสู้ทำมาหากินของคนยากไร้ หรือแม้แต่การวาดระบายบรรยากาศและสีสันอันงดงามแห่งธรรมชาติบ้านทุ่ง บ้านนา บทเพลงอมตะเหล่านี้ นักร้องชื่อดังหลายคนนำมาหมุนเวียนกันร้อง จะดังหรือไม่ดังก็ขึ้นอยู่กับลีลาน้ำเสียงและความสามารถของนักร้องแต่ละคน หาได้เกี่ยวกับคุณภาพของบทเพลงแต่อย่างใด เพราะเพลงที่ประพันธ์โดยครูพงษ์ศักดิ์นั้น กลายเป็นเพลงลูกทุ่งอมตะไปแล้วทั้งสิ้น
ครูพงษ์ศักดิ์เป็นชาวอุบล ลูกแม่น้ำมูลขนานแท้และดั้งเดิม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2479 ที่บ้านดอนใหญ่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เป็นบุตรนายสุขุม-นางแดง จันทรุกขา จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุบลวิทยากร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุบลวิทยากร (วัดมณีวนาราม) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ได้รับปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาดนตรีศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เมื่อปี พ.ศ.2557 น่าเสียดายที่ท่านได้รับตำแหน่งนี้ช้าเกินไป
นักฟังเพลงลูกทุ่งแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือ “พอกะเทิน” อย่างผม มีนักแต่งเพลงหรือ “ครูเพลง” ในดวงใจอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ครูเพลงลูกทุ่งแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา กับครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูเพลงแห่งลุ่มน้ำมูล ศิลปินใหญ่ทั้งสองท่านถือเป็นศิลปินร่วมสมัยร่วมยุคเดียวกัน เพียงแต่ครูไพบูลย์ ท่านจากโลกนี้ไปเสียก่อน บทเพลงที่เกิดจากปลายปากกาและคมความคิดของทั้งสองท่าน ถือเป็นวรรณกรรมอมตะ ที่นำเสนอภาพแทนของคนชนบท ที่ผูกพันอยู่กับท้องนา ท้องไร่และลุ่มแม่น้ำในแต่ละภูมิภาคได้อย่างงดงาม สำหรับผม ทั้งครูไพบูลย์ และครูพงษ์ศักดิ์ คือฝาแฝดในทางการประพันธ์เพลง ครูไพบูลย์นำเสนอให้เราเห็นภาพชีวิตผู้คนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของทุ่งรักรวงทอง ขณะครูพงษ์ศักดิ์ก็นำเสนอสีสันและสำเนียงท้องทุ่งแห่งอีสานได้อย่างงดงามจับจิต เพลงอีสานบ้านเฮา ของครูพงษ์ศักดิ์ ได้รับการยอมรับมาทุกยุคทุกสมัย ในแง่ที่สามารถถ่ายทอดชีวิตและจิตวิญญาณของคนอีสานได้อย่างถึงแก่น ดอกกะแยงบานไสวอยู่ในใจของเรา เมื่อได้ยินแม้เพียงท่อนแรกของเพลงนี้ "หอมดอกผักกะแยงยามฟ้าแดงค่ำลงมา...” หลายคนบอกว่านี่คือ “เพลงชาติอีสาน” นั่นทีเดียว
ในท่ามกลางกระแสทุนนิยมและบริโภคนิยมที่บีบรัดพัดพาเราอยู่อย่างเชี่ยวกราก นักแต่งเพลงร่วมสมัยมากมายยอมขายจิตวิญญาณอิสระในการสร้างสรรค์ของตนให้แก่ค่ายเทปใหญ่ ผลิตเพลง “ตามสั่ง” ออกมาท่วมท้นท้องตลาด แต่จะหาเพลงดังอมตะ ที่ยืนยงในระดับเดียวกับเพลงลูกทุ่งอมตะของครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ได้สักกี่เพลง และหากถามว่า จะมีนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ลูกอีสานคนไหน สามารถสร้างผลงานที่ทรงคุณค่าทางสุนทรียภาพและน้ำเนื้อแห่งชีวิตได้เทียบเท่าครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่คนนี้
คำตอบน่าจะเป็นเหมือนที่ สุรชัย จันทิมาธร เคยพูดไว้ในเพลงจิตร ภูมิศักดิ์ ของเขาว่า “อีกนาน อีกนาน อีกนาน”



