
ฟันเฟืองทุนนิยม?
ฟันเฟืองทุนนิยม? : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย
ไม่ว่าจะนิยามสถานะของพวกเขาอย่างไร : คนรากหญ้า ประชารากแก้ว ชาวบ้านฐานราก หรือประชาชนผู้มีรายได้น้อย หากแต่คนกลุ่มนี้ก็มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ดี เฉพาะในยุคที่มีเรื่อง ”ทุน” เข้ามาเป็นตัวนำ ขณะคนอีกกลุ่มหนึ่ง ผู้พึงใจกับการดำรงอยู่อย่างพอมีพอกิน กลับนับวันจะกลายเป็นวิถีในอุดมคติ หรือมีชีวิตเลือดเนื้ออยู่แต่ในบทละครโรแมนติก
การมาถึงของเงินก้อนใหญ่ภายใต้กองทุนหมู่บ้าน และอีกสารพัดโครงการที่มีคำเรียกขานใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่นว่า ”ประชานิยม” ซึ่งถือธงนำ ก่อนที่ร้านสะดวกซื้อจะวิ่งไล่หลังตามเข้ามาประชิดตั้งติดริมถนนเล็กๆ ผ่ากลางชุมชน ประหนึ่งว่าจะไม่ให้เม็ดเงินตกหล่นเรี่ยราด วัยรุ่นชายหญิงผู้พูดสวัสดีคล่องปาก ทำหน้าที่หมุนสายพานนำเงินกลับไปสู่ส่วนกลาง ขณะฟันเฟืองหนึ่งเดินออกมาพร้อมของกินของใช้ตามยุคสมัยและถุงพลาสติกใบใหญ่ ที่กำลังก่อปัญหาใหม่ให้ชุมชน
นี่อาจเป็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ เช่นที่นักเศรษฐศาสตร์บอกว่า คือกระแสไหลเวียนของเม็ดเงิน ยิ่งหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันไปมารอบแล้วรอบเล่า เศรษฐกิจก็จะยิ่งเดินหน้าไม่สะดุด
แต่ในสถานะของฟันเฟืองอย่างพวกเขา ถ้าหากเงินเหล่านั้นถูกถือครองในมือนานที่สุด ก็น่าจะดีกว่า หรือว่า อย่างเร็วตามจำเป็น มันก็ควรจะต้องถูกแปรเปลี่ยนเป็นปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยชีวภาพ และอุปกรณ์การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แม้คำว่า กำลังซื้อ และการบริโภคภายในประเทศจะเป็นเรื่องเข้าใจยาก สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ในเมื่อเงินที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อครั้งกระโน้นถูกใช้ไปเพื่อการกิน กับการซื้อ อย่างตรงไปตรงมา จนเหมือนกับว่า เป็นของฟรีที่มีแจกจ่ายในช่วงเทศกาล
ชาวนา กลุ่มอาชีพที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตีตราบาปว่า รู้เห็นเป็นใจ รับเงินจำนำข้าวที่ถูกเบียดบังมาจากภาษีของคนทั้งประเทศ ก็คือชาวนาพวกเดียวกับที่ฆ่าตัวตายไปหลายชีวิต เพราะล้มเหลวในระบบการผลิตที่ใช้ ”เงินทุน” มหาศาล ด้วยหวังผลตอบแทนเป็นกอบกำ กึ่งอุตสาหกรรมการเกษตร
พวกเขา เกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งดำรงอยู่อย่างเรียบง่าย เฝ้ามองประชานิยมตาปริบๆ ขณะเงินกองพะเนินเทินทึก ถูกเผาวอดไปกับโครงการจำนำข้าวอย่างน่าเสียดาย อย่างที่จินตนาการไปว่า ถ้าหากมันถูกนำมาหมุนในระบบให้ตกถึงมือผู้ผลิตในเรือกสวนอีกฟากฝั่งก็จะงอกเงยเป็นปัจจัยการผลิต และความภาคภูมิใจที่พืชผลของพวกเขามีราคาขึ้นมาเพราะกลไกสร้างอำนาจต่อรองโดยไม่ต้องอาศัยการจ่ายสมทบด้วยเงินภาษีอันสร้างระบบพิกลพิการอย่างที่ใครก็ดูออก
มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบด้านว่า นโยบายกระตุ้นกำลังซื้อรอบใหม่ คือประชานิยมจำแลงจากเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และเทศกาลตำน้ำพริกละลายแม่น้ำระดับชาติกำลังเริ่มขึ้น แต่เจ้าของแผนงานบอกว่า เป็นการช่วยเหลือเจือจานที่รัฐบาลไหนๆ ก็ต้องทำ หาใช่หว่านเงินลงไปเพื่อหวังดอกผลเป็นคะแนนเสียงหรือเสถียรภาพของอำนาจบารมี
นิยามของคำว่า การเกษตรคู่ขนาน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมโครงข่ายตลาดในระดับนานาชาติ ฟังดูเหมือนฝันสำหรับคนเมือง เพราะจินตนาการเลิศหรูอย่าง วิศวกรชาวสวน คุณหมอชาวนา และเซเลบชาวไร่ ซึ่งกำลังถูกทำให้เห็นภาพโลกสวย ที่เอาเข้าจริงก็เป็นแค่เทรนด์สนุกเล่นของตัวพระตัวนางในนิยายหวานซึ้ง หากแต่ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ สู้ฝน กรำแดด พวกเขาย่อมปรารถนาที่จะเห็นความยั่งยืนอย่างแท้จริงที่ควรจะมาพร้อมกับราคาผลผลิตที่เสถียรมั่นคง และถูกกำหนดจากต้นทาง หาใช่เพียงฟันเฟืองชิ้นหนึ่งในระบบทุนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
พวกเขาไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นกลุ่มประชากรที่เลี้ยงไม่รู้จักโต เคยตัว และไม่รู้ค่าเงินเหมือนอย่างที่ชาวนาเคยประสบ
ฝนตกลงมาหลายห่าใหญ่แล้ว หลายคนโล่งใจ นึกว่าพ้นภัยแล้ง แต่การณ์กลับตาลปัตร น้ำต้นทุนในเขื่อนใหญ่ยังขอดก้นหรือมากหน่อยก็ครึ่งอ่าง เงินทองที่กำลังจะถูกส่งลงสู่สังคมเกษตรกรรมยังไม่แน่ชัดว่าจะถูกจัดไปเพื่อขุดลอกคูหนองคลองบึง เสริมปัจจัยการผลิต และการสร้างโครงข่ายเพื่อเสถียรภาพทางหรือไม่
ไม่ว่าจะนิยามสถานะของพวกเขาว่าอย่างไร : คนรากหญ้า ประชารากแก้ว ชาวบ้านฐานราก หรือประชาชนผู้มีรายได้น้อย แต่คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็น่าจะมีจำนวนไม่น้อยยังคงมีความหวังที่จะยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งอย่างแข็งแกร่ง เหมือนเมื่อยามที่พืชผลของพวกเขาราคาดี
มอเตอร์ไซค์ ปิกอัพ เครื่องใช้ไฟฟ้า ล้วนควรถูกจัดอยู่ในกลุ่มปัจจัยการผลิตไม่ต่างไปจากเครื่องตัดหญ้า และปุ๋ยชีวภาพ ตราบเท่าที่พวกเขาได้มันมาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากการขายพืชผลในราคาก้าวพ้นจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา
มันคือทุกบาททุกสตางค์แห่งศักดิ์ศรี ที่ควรจะผลิงอกจากเงินจำนวนมหาศาลที่จะถูกใส่เข้าไปภายแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ



