คอลัมนิสต์

 วันเกษียณอายุราชการ

วันเกษียณอายุราชการ

02 ก.ย. 2558

วันเกษียณอายุราชการ : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

             อีกไม่กี่วัน ผมก็จะเกษียณอายุราชการ หลักระเบียบราชการ จะต้องเกษียณเมื่ออายุหกสิบปี ก็เหมือนบรรณาธิการ "คม ชัด ลึก" ที่บอกผมว่า ท่านก็เกษียณการทำงานเมื่ออายุหกสิบปีบริบูรณ์เช่นกัน

             ไม่รู้ว่า ระหว่างงานหนังสือพิมพ์กับงานราชการมาเหมือนกันได้อย่างไร แต่สังเกตบรรณาธิการยังกระฉับกระเฉง น่าจะอยู่ทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะคนทำงานกับความคิด การบริหาร ประสบการณ์ ความสุขุมรอบคอบในการตัดสินใจจะมีมากขึ้น ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพและการแก้ไขปัญหาในหน่วยงานได้เป็นอย่างดี

             ต่างจากงานราชการที่ผมทำอยู่ ตำแหน่งนายอำเภอ เทียบเท่าผู้อำนวยการระดับสูง เทียบชั้นระดับซีเดิมก็คือซีเก้า เฉียดตำแหน่งนักปกครองไม่เท่าไร สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เห็นว่าเป็นตำแหน่งบริหาร มีการให้คุณให้โทษ นั่งอยู่เหนือผู้ใต้บังคับบัญชาพอสมควร เป็นตำแหน่งเหมือนจะมีผลประโยชน์ในตำแหน่ง ข้าราชการทุกคนอยากขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงเห็นไม่สมควรที่จะให้มีการต่ออายุราชการ ซึ่งต่างจากตำแหน่งอื่น ไม่ว่า ชำนาญการพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีความชำนาญการเฉพาะตำแหน่ง ถ้าเป็นข้าราชการประเภทนี้ สามารถที่จะต่ออายุราชการหรือยืดอายุราชการได้ เช่น อัยการ ผู้พิพากษา หรือ หมอ พยาบาล เป็นต้น

             กลุ่มผู้บริหารที่ฝันหวานอยากจะยื้อยุดอำนาจไว้นานๆ ก็คงจะไร้หวัง ยกเว้นแต่สังคมผู้สูงอายุจะเบ่งบาน มาถึงอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มีปัญหากระเทือนต่อระบบบริหารราชการ สังคมประเทศชาติในอนาคต ก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง ข้าราชการที่มีไฟอย่างถาโถมก็คงต้องรอกันต่อไป

             ทำงานมาจนถึงอายุหกสิบปี ผมถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ประสบการณ์ที่สั่งสม ถ้าเป็นประชาชน ก็น่าจะขึ้นเทียบชั้นปราชญ์ชาวบ้านได้อย่างแน่นอน เพราะการทำงานในระบบราชการ หรือทำงานอื่นใดก็แล้วแต่ ผมว่า ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น ฟันฝ่าอุปสรรค และต้องต่อสู้กับงานอย่างไม่หวั่นไหว จึงจะประสบผลสำเร็จ อย่าไปคิดว่า ชีวิตต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมว่าทุกตำแหน่งนั่นแหละ ระคนไปด้วยขวากหนามและทุกข์ทางใจแทบทั้งสิ้น ผมมีทั้งเพื่อนร่วมรุ่น ผู้บังคับบัญชา เคยนั่งทำงานอยู่ที่ส่วนกลาง ภายในกรมการปกครองก็หลายรอบ บอกได้ว่า ไม่มีตำแหน่งไหนหรอกมีความสุข นอกจากเดินลุยงานกันอย่างจริงจัง เพื่อรับใช้ชาติบ้านเมือง

             ใครทนไม่ไหวก็โบกมืออำลาไปก่อนก็มีมาก โบกมือในที่นี้ ผมหมายถึงว่า บางครั้งก็ลาออก บางคนถูกระเบียบกฎหมายเล่นงานจนบอบช้ำทางจิตสุดจะกล่าว บางคนก็เป็นโรคเครียด โรคภัยรุมเร้า เสียชีวิตไปก็พอสมควร

             ใครที่ยืนหยัดมาจนถึงอายุหกสิบปี จึงนับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา

             เพื่อนผมบางคนยังยิ้มร่า หัวเราะมาทางโทรศัพท์ บอกว่าใจหายอยู่เหมือนกันที่ต้องเกษียณอายุราชการ ถามว่าอยากอยู่ต่อไหม เขายืนยันว่าไม่ เพราะนับวันระบบราชการจะเครียดเข้มตามระบบทุนนิยมเกือบทุกมิติ กฎหมาย ระเบียบปฏิบัติระยะหลังๆ เน้นประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่ขวัญกำลังใจข้าราชการ กระเจิดกระเจิง อำนาจรัฐอาจจะยังมองไม่เห็น แต่ไม่นานจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น.