คอลัมนิสต์

กติกาใหม่ทวงหนี้เป็นธรรม

กติกาใหม่ทวงหนี้เป็นธรรม

02 ก.ย. 2558

กติกาใหม่ทวงหนี้เป็นธรรม : บทบรรณาธิการประจำวันที่2ก.ย.2558

             ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนนี้เป็นต้นไป พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งมีผลกับหลายกลุ่มด้วยกัน คือบุคคลประกอบอาชีพทวงหนี้เปิดบริษัทรับติดตามหนี้สินหรือรับคดีจากสถาบันการเงิน และส่วนที่สองใช้กับทนายความ สาระสำคัญต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียนคือกระทรวงมหาดไทย ส่วนผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ที่เป็นทนายความให้จดทะเบียนกับสภาทนายความ ผู้ฝ่าฝืนไม่ไปจดทะเบียนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และในมาตรา 29 ให้ที่ทำการปกครองหรือกองบัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ มีอำนาจรับร้องเรียนการทวงหนี้ผิดกฎหมาย รวมทั้งติดตามพฤติกรรมของผู้ทวงถามหนี้

             สำหรับวิธีการทวงหนี้ได้มีกรอบออกมาด้วยเช่นกัน ในมาตรา 11 ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้วาจาดูหมิ่น แจ้ง หรือเปิดเผยตัวลูกหนี้ ใช้ข้อความสื่อความหมายในการทวงถามไม่เหมาะสม มาตรา 12 ห้ามทวงถามหนี้ที่เป็นเท็จ อ้างว่าถ้าไม่จ่ายจะถูกดำเนินคดี อ้างว่าจะถูกอายัดเงินเดือน มาตรา 13 ห้ามทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินกำหนด มาตรา 14 ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐไปทวงถามหนี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง และการทวงหนี้ต้องกระทำภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีลูกหนี้ที่เดือดร้อนจากพฤติกรรมของผู้ทวงถามหนี้สามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการติดตามการทวงถามหนี้ได้หากถูกละเมิดสิทธิ์ และหากผู้ทวงหนี้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 3-5 ปี หรือปรับ 3-5 แสนบาท

             เหตุผลและความจําเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ เนื่องจากการทวงถามหนี้ในปัจจุบันมีการกระทําที่ไม่เหมาะสมต่อลูกหนี้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคําที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง การคุกคามโดยขู่เข็ญ การใช้กําลังประทุษร้าย หรือการทําให้เสียชื่อเสียงรวมถึงการให้ข้อมูลเท็จตลอดจนการสร้างความเดือดร้อนรําคาญให้แก่บุคคลอื่น ประกอบกับปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการทวงถามหนี้และการควบคุมการทวงถามหนี้ไว้เป็นการเฉพาะ สมควรมีกฎหมายในเรื่องดังกล่าว และจากการศึกษากฎหมายลักษณะนี้ในต่างประเทศก็พบว่ามีการออกกฎหมายเช่นนี้เช่นกันเพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อลูกหนี้และจัดระเบียบวิธีการให้เป็นระบบเหมาะสม

             ปัญหาที่ลูกหนี้ร้องเรียนต่อหน่วยงานหรือองค์กรเกี่ยวข้อง อาทิ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ถึงพฤติกรรมการทวงหนี้ที่ไม่เหมาะสมหรือเรียกว่าขาดความชอบธรรมและละเมิดสิทธิ์มีลูกหนี้จำนวนมากโดนการกระทำดังกล่าว ก่อให้เกิดความอับอายและเป็นทุกข์อย่างมาก ส่งผลให้ลูกหนี้เกิดความเครียดไม่เป็นอันทำการทำงาน บางคนถึงกับคิดสั้นฆ่าตัวตายก็เกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อกฎหมายฉบับใหม่มีผลใช้บังคับถือเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกหนี้ แม้ว่าอาจจะส่งผลให้การอนุมัติพิจารณาสินเชื่ออาจมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าในอดีตก็ตาม รวมทั้งยังเป็นการสกัดกั้นกลุ่มธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบที่ใช้มาเฟียกลุ่มอิทธิพลตามทวงหนี้ และยังรวมถึงกำจัดกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่แต่งเครื่องแบบมีสีตั้งแก๊งทวงหนี้หากินส่วนแบ่งทวงหนี้ไปด้วย