
ไทยไม่ใช่แหล่งรวมอาชญากร
ไทยไม่ใช่แหล่งรวมอาชญากร : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 1 กันยายน 2558
การจับกุมนายอาเดม คาราดัก อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 ต่อเนื่องวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นคดีใหญ่และมีความสำคัญระดับประเทศ และอาจจะหมายถึงนานาชาติด้วยนั้น ได้คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง ตามติดด้วยการตรวจค้นสถานที่พำนักของผู้ต้องสงสัยหลายแห่ง พร้อมกับการขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้แก่สังคมว่า ตำรวจและทหารจะสามารถพิชิตคดีนี้ได้ในที่สุด นั่นหมายถึงว่า การเรียกความมั่นใจในด้านความปลอดภัยจะกลับคืนมาในเร็ววันเช่นกัน แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็ขึ้นกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่จะใช้มัดตัวผู้กระทำผิดในลำดับต่อไปด้วย เพราะถึงอย่างไร ข้อกล่าวหาต่างๆ ล้วนต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล
อย่างไรก็ตาม ในชั้นการสืบสวนสอบสวน รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้หลักประกันแก่สังคมว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีก่อการร้ายสากล ตำรวจระดับสูงหลายนายบอกสื่อมวลชนว่า คนร้ายลงมือก่อวินาศกรรมด้วยเหตุจูงใจในเรื่องส่วนตัว หรือพรรคพวก ญาติพี่น้องเคยถูกกระทำมาก่อน ซึ่งล่าสุดให้น้ำหนักที่กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการนำพาผู้อพยพชาติพันธุ์อุยกูร์ไปยังประเทศตุรกี ทำให้ข้อวิตกกังวลในเรื่องการก่อการร้ายคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง แต่กระนั้นก็ตามยังมีคำถามตามมาอีกมากมายที่ตำรวจจะต้องตอบข้อสงสัยให้ได้ อย่างเช่น แรงจูงใจของการก่อเหตุที่ใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นเรื่องความไม่พอใจกันส่วนตัว ผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังการก่อเหตุ การวางแผนระเบิดต่อเนื่องอีกหลายครั้งเข้ากันได้กับสมมุติฐานการแก้แค้นเฉพาะบุคคลเฉพาะกลุ่มหรือไม่ ฯลฯ
แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจและทหารตามมาตรา 44 ที่จะร่วมกันคลี่คลาย ซึ่งจะต้องใช้เวลาและความรอบคอบ เพื่อการได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่รัดกุมมากที่สุด ขณะเดียวกันการทำงานในเชิงการป้องกันก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถึงเวลานี้หน่วยงานด้านความมั่นคงจะได้สรุปจุดอ่อนตั้งแต่การข่าวลงไปจนถึงเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการป้องกันและป้องปราม เพราะถึงแม้ว่า ที่สุดของคดีจะไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายแต่อย่างใด หากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่จะเข้ามาก่อนเหตุในประเทศไทยด้วยกันหลายกรณี อย่างเช่น รถบรรทุกระเบิดที่มีเป้าหมายโจมตีสถานทูตประเทศหนึ่ง เหตุระเบิดในซอยสุขุมวิท 71 และการจับกุมอาวุธได้ที่ จ.สมุทรสาคร และเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย ซึ่งล้วนแล้วแต่ “โชคช่วย” ทั้งสิ้น
ประเด็นดังกล่าวมานี้ ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเร่งบูรณาการงานด้านความมั่นคงโดยไม่ชักช้า เหตุผลสำคัญในกรณีเฉพาะหน้าก็เพื่อเรียกความมั่นใจของคนในชาติ และต่างประเทศกลับคืนมา หากแต่ในระยะยาวต่อไปก็ต้องยอมรับว่าความจริงอย่างหนึ่งว่า แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่เป้าหมายของการก่อกรร้าย หากแต่มาตรการในด้านความปลอดภัยที่หละหลวม ก็เปิดโอกาสให้ขบวนการต่างๆ เข้ามาก่อเหตุกับเป้าหมาย ซึ่งแม้จะไม่ใช่คนไทย แต่ผลที่ได้รับตามมานั้นแทบจะไม่แตกต่างกัน คำกล่าวที่ว่า ประเทศไทยเป็นแดนสวรรค์ของเหล่าอาชญากร จะต้องยุติลงโดยเร็ว พร้อมๆ กับการวางมาตรการที่รัดกุมเข้มข้น พลิกสถานการณ์ให้ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความปลอดภัย เป็นจุดหมายปลายทางของ ”พลเมืองดี” จากทุกสัญชาติ



