คอลัมนิสต์

อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27ส.ค.2558

อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27ส.ค.2558

27 ส.ค. 2558

อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27ส.ค.2558

           ***วิพากษ์วิจารณ์กันมากหลัง “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร. หลุดปากในทำนองจับ “มือบึ้มราชประสงค์” ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา เหมาะสมหรือไม่ *** คดีใหญ่โด่งดังไปทั่วโลกมีผู้เสียชีวิต 20 รายบาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน "ผู้นำตำรวจ" ซึ่งมีหน้าที่ติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายกลับต้องอาศัย “ดวง” ​ได้ยินแล้วชวนหดหู่ *** พูดกันมากเรื่อง “กล้องวงจรปิด” อ้างประสิทธิภาพไม่สมงบประมาณที่ต้องสูญเสีย แถมการประสานงานระหว่างตำรวจกับกรุงเทพมหานครค่อนข้างล่าช้า “พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. อดรนทนไม่ไหวออกมาชี้แจงชัด หลังเกิดเหตุตำรวจขอดูกล้องวงจรปิดที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบอยู่แล้วถึง 48 ครั้ง จากกล้อง 107 ตัว ซึ่งกรุงเทพมหานครพร้อมให้ความร่วมมือ แถมภาพผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏสู่สาธารณะก็มาจากกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร

          ***อดสงสัยไม่ได้ว่าการทำงานของสองหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนเมืองหลวงทั้งสองหน่วยงานประสานงานกันน้อยมากเลยหรือ ทั้งที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครยุคนี้หลายรายล้วนแต่เป็นอดีตตำรวจ และเป็นอดีตตำรวจที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “มือปราบพระกาฬ” ​ไล่ไปตั้งแต่ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่อดีตตำรวจเจ้าของฉายา “มือปราบหูดำ” อย่าง “พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” ที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ***เป็นไปไม่ได้ว่าอดีตตำรวจซึ่งเคยเป็นที่ยอมรับว่าเป็น “มือสืบสวน” ระดับต้นๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเหล่านี้ จะไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ใส่ใจกับ “คดีระดับโลก” ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่อดีตตำรวจเหล่านี้มีส่วนร่วมในการบริหารดูแลทุกข์สุขของประชาชน กลายเป็นคำถามว่า “บิ๊กอ๊อด” ใส่ใจประสานงานกับรุ่นพี่เหล่านี้หรือไม่อย่างไร

          *** ลองเปิดใจให้กว้างแล้วหันหน้าพูดคุยเพื่อประสานงานกันติดตามไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ดีกว่าจะประสานงา ให้เกิดความร้าวฉานระหว่างสององค์กร จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่าหรือไม่ลองทบทวนดู *** การแก้ปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงที่ดีที่สุดไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้วตามจับคนร้ายได้ แต่วิธีการดีสุดคือต้องควบคุมไม่ให้เกิดเหตุร้ายได้ กรณีระเบิด “ราชประสงค์-ท่าเรือสาทร” พิสูจน์ให้เห็นชัดระบบป้องกันเหตุร้ายเมืองหลวงของประเทศล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จุดเกิดเหตุห่างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงถนนแคบๆ กั้น ห่างจากที่ตั้งกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ที่รับผิดชอบงานด้านการข่าว ไม่กี่สิบเมตร แต่คนร้ายกลับนำระเบิดอานุภาพร้ายแรง ไปใช้ก่อเหตุจนเกิดความสูญเสียร้ายแรงได้ แถมหลังเกิดเหตุยังหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล อับอายขายขี้หน้าหรือไม่ “บิ๊กอ๊อด” น่าจะรู้อยู่แก่ใจ

          *** 1 ตุลาคม 2558 โจทย์ใหญ่ 2 ข้อแรกที่ “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ว่าที่ ผบ.ตร. ต้องเร่งยกเครื่องคือ “งานด้านการข่าว” และ “งานด้านป้องกันอาชญากรรม” หากไม่เร่งดำเนินการสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คงหนีไม่พ้นวังวนเดิมๆ ​​