ด่านพรมแดนแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นช่องทางการค้าชายแดนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ ซึ่งแต่ละปีจะมีเม็ดเงินสะพัดนับหมื่นล้านบาท แต่ต้องยอมรับว่าความเจริญมักคู่กับปัญหาอาชญากรรม ทำให้มิจฉาชีพสบโอกาสใช้เป็นช่องทางในการกอบโกยหาผลประโยชน์ในธุรกิจผิดกฎหมาย
จากปัจจัยดังกล่าว พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.ตาก เปิดเผยว่า ด่านศุลกากรแม่สอดเป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด เมื่อเทียบกับด่านศุลกากรอื่นๆ ของไทยกับเมียนมาร์ และกำลังพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่การที่ อ.แม่สอด จะพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนั้น นอกจากความเจริญ การท่องเที่ยวและการลงทุนที่จะเข้ามาสู่พื้นที่แล้วยังต้องคำนึงถึงปัญหาอาชญากรรมที่จะมาพร้อมๆ กับความเจริญและผู้คน
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมือง บางครั้งก็มักสวนทางกับกำลังเจ้าหน้าที่ และหน้าที่รับผิดชอบ จากจำนวนสินค้าที่ขนส่งผ่านแดนเข้าออกในด่านแม่สอดจำนวนมหาศาล จึงยากที่จะตรวจสอบ หรือป้องกันได้อย่างหมดจด เนื่องจากกำลังพลที่มีไม่เพียงพอ ดังนั้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุ ยุทโธปกรณ์ ที่ทันสมัยเพื่อรองรับการเจริญเติบโตและความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเมือง โดยเฉพาะในเร็ววันนี้ทางแม่สอด จะมีการก่อสร้างโกดังและคลังเก็บสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาของเมืองหน้าด่านการค้าชายแดนและเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรม หรือการขนถ่ายสินค้าเถื่อน และลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างให้ อ.แม่สอด เป็นเขตการค้าการลงทุนชายแดนที่ขาวสะอาด ไร้อาชญากรรม และสิ่งผิดกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ที่จะมาลงทุนในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ทางฝั่ง จ.เมียวดี ของเมียนมาร์ ก็มีการเข้มงวดการปราบปรามอาชญากรรม และยาเสพติดด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงมีการผนึกกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศ หรือเมืองคู่แฝด “แม่สอด-เมียวดี” ในการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเป็นความร่วมมือบ้านพี่เมืองน้อง ซึ่งจะช่วยสร้างความใกล้ชิดทางด้านเศรษฐกิจ การค้า สังคม วัฒนธรรมระหว่างกัน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การป้องกัน เฝ้าระวัง และการตรวจสอบพิรุธสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข่าวสาร เพิ่มช่องทางการข่าวอีกช่องทางหลัก ซึ่งทั้งแม่สอดและเมียวดี ต่างได้รับผลประโยชน์ นอกจากเรื่องการเจรจาการค้า และยังเป็นการเฝ้าระวังภัยเสี่ยงทำลายเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นการค้าชายแดน อีกด้วย
“ในอดีตที่ผ่านมา กลุ่มอาชญากรมักใช้ช่องทางชายแดนในการขนถ่าย และลำเลียงสินค้าผิดกฎหมาย เข้า-ออกทั้งฝั่งไทยและเมียนมาร์ รวมทั้งเป็นจุดพักยาเสพติด ก่อนจะลำเลียงเข้ามาจำหน่าย เนื่องจากพื้นที่ติดชายแดนหย่อนความเข้มงวด และไม่ได้มีการประสานงานจากแต่ละฝั่ง ในการติดตามคนร้ายข้ามแดน ดังนั้น ความร่วมมือที่เกิดขึ้น จึงสร้างความเข้มแข็งในการปราบปรามอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมายได้เป็นอย่างดี โดยสามารถสกัดจับกลุ่มขบวนการขนสินค้าผิดกฎหมาย และขบวนการค้ายาเสพติด ได้เป็นจำนวนมาก” ผบก.ภ.จว.ตาก กล่าว