
ปรับเงินหยวนปรับอำนาจจีน
ปรับเงินหยวนปรับอำนาจจีน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงปักกิ่ง—ในสอง-สามอาทิตย์ที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนได้ลดค่าลงตามลำดับเพื่อเตรียมตัวผลักดันเงินตราจีนให้เข้าสู่ระบบการคลังโลกที่มีเงินสกุลต่างๆ ใช้เป็นกลไกอัตราการแลกเปลี่ยนและซื้อขายในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ภายในสองปีนี้ เงินหยวน (หรือเรินหมิ้นปี้) คงเข้าไปอยู่ในสกุลเงินสำรองของไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund) อย่างแน่นอน
การยอมรับเงินหยวนก็เท่ากับยอมรับการเติบโตอำนาจเศรษฐกิจและอำนาจของจีนอีกจิปาถะ หลังจากจีนเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การค้าโลกในปี ค.ศ.2000 เศรษฐกิจจีนได้พัฒนารุดไปข้างหน้าแบบไม่มีวันหยุด และจะต้องเดินหน้าต่อไป ในลักษณะที่ต้องรักษาความเร็วให้พอดี
ถ้าเศรษฐกิจจีนโตช้าไป อาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อภูมิภาคและในบริบทโลกได้ ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจว่า เศรษฐกิจจีนจึงเป็นที่จับตาดูของทุกๆ ประเทศ ถ้าเกิดอะไรขึ้นไม่ดีในจีน มันจะส่งผลร้ายทันที นี่คือสภาพความเป็นจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ
หลังจากที่ได้ตำแหน่งมหาอำนาจอันดับสองมาครอง จีนไม่รู้สึกเคอะเขินอะไร แถมยังทำตัวให้สมกับศักดิ์ศรี สมกับการรอคอย จนทำให้ประเทศทั่วโลกเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมา ถ้าเราเป็นคนจีนจะเข้าใจได้เลยว่า ประเทศจีนถูกต่างชาติกดหัวและถูกดูถูกมานานเป็นหลายร้อยปี โดยเฉพาะอังกฤษ (ต้องยอมรับอังกฤษเข้าใจจีนดีมากเพราะเคยกดขี่มา จึงมีท่าทีอ่อนโยนต่อจีน ผิดจากสหรัฐอเมริกาหรือประเทศยุโรปอื่นๆ อังกฤษได้ผลประโยชน์ทางการเงินเต็มๆ)
ตอนนี้มีประเทศจีน คนจีน มีอิสรภาพมากที่สุด โดยเฉพาะอิสรภาพทางด้านการเงินที่สามารถจะใช้เงินจับจ่ายใช้สอยอย่างไรก็ได้ (คนจีนมีเงินใช้เงินเหมือนกระดาษโกงเต็ง) ความรู้สึกนี้ยังใหม่มากเพียง 30 กว่าปีเท่านั้นเอง
เวลาเข้าไปในภัตตาคารจีนไม่ว่าที่ไหนก็ตาม จะพบคนจีนสั่งอาหารที่เดียวเต็มโต๊ะ กินหมดหรือไม่เป็นคนละเรื่องกัน หรือเวลาเห็นคนจีนช็อปปิ้งกันทั้งในบ้านและเมืองนอก พวกเขามักซื้อของกันแทบหมดร้านก็เพราะอย่างนี้ ที่เป็นข่าวใหญ่ที่สุดเมื่อไม่นานมานี้คือเจ้าของกิจการพาลูกน้องสี่พันกว่าคนไปเที่ยวที่ฝรั่งเศสพร้อมกัน เหมาเครื่องบินหลายลำ โรงแรมเกือบร้อยแห่ง เล่นเอารัฐบาลฝรั่งเศสดีใจจนบอกไม่ถูก ยิ่งเศรษฐกิจบ้านเมืองตกต่ำในตอนนี้
ตอนนี้จีนพยายามจะสร้างระเบียบโลกใหม่ ที่ไม่มีประเทศตะวันตกเป็นเจ้าหรือผูกขาดแบบในอดีต ประเด็นนี้ผู้นำในแอฟริกานั้นชอบใจมาก เพราะถึงแม้ว่าประเทศของเขาจะได้รับอิสรภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายประเทศยังคงสถานภาพเป็นอาณานิคมอยู่
ช่วงหลังจีนพยายามเข้าหาองค์การสหประชาชาติอย่างมาก อย่าลืม จีนนั้นเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงดั้งเดิมและมีบทบาทในการเขียนกฎบัตรองค์การสหประชาชาติมาแล้ว ผู้นำจีนมักจะอ้างอิงถึงประเด็นนี้ว่าจีนสนับสนุนระเบียบโลกที่มีองค์การสหประชาชาติเป็นเสาหลัก ไม่ยอมให้มหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่งหรือพันธมิตรใดพันธมิตรหนึ่งมาครองความเป็นเจ้า
นักวิชาการโลกตะวันตกมากมายออกมาวิจารณ์จีนว่า ตอนนี้บ้าอำนาจกันใหญ่ พยายามเบ่งหาเรื่องประเทศเล็กๆ ไปทั่ว จีนระมัดระวังมาก เพราะถ้าประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็กแบบนี้การทูตจีนก็จะไปไม่รอด
ขณะนี้มันเป็นภาพลักษณ์ของจีนที่มีในอาเซียน สืบเนื่องมากข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่ผ่านมาหลายทศวรรษ จีนพยายามแก้ปัญหาระหว่างคู่ขัดแย้งโดยพยายามขัดขวางและกันประเทศที่สามออกไป ในที่นี่คือสหรัฐอเมริกานั้นเอง ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีนมากที่สุด เนื่องจากต้องปกป้องฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตร
โชคดีที่ไทยไม่เกี่ยวข้องกับทะลจีนใต้ มิฉะนั้นยุ่งแน่ๆ เพราะเท่ากับว่ามีสองพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาที่มีเรื่องชายแดนทะเลทับซ้อนกับจีน
ไทยกับจีนสนิทกัน แต่เรายังไม่รู้ใช้จีนให้เป็นประโยชน์เต็มร้อย ส่วนจีนเข้าใจความสำคัญของไทยดี พยายามดึงไทยเข้ามาร่วมกิจกรรมทุกชนิดเพื่อสร้างสภาวะพึ่งพาที่สำคัญของประเทศทั้งสอง ฝ่ายจีนเห็นว่ามันจะทำให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพของมิตรภาพได้ ไม่วอกแวก สัมพันธ์ไทย-จีนยังไม่ครบเครื่อง เข้มขันในบางเรื่อง ต้องให้มีความบูรณาการมากกว่านี้ มิฉะนั้นสัมพันธ์นี้จะไม่ยั่งยืน
จีนจะกลายมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งในเร็วๆ นี้ แทนที่สหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า จีนจะขึ้นมาแทนที่อำนาจเก่าอย่างสหรัฐอเมริกาได้ ประเด็นนี้เป็นไปไม่ได้ สหรัฐอเมริกามีพื้นฐานที่ดีกว่าทั้งคุณภาพคนในประเทศ สังคมและประเทศ
จีนจะมีบทบาทในบริบทโลกที่มีส่วนคล้ายและส่วนที่ต่างกับสหรัฐอเมริกา ต้องค่อยๆ เรียนรู้ต่อไป จีนรอมานานถึง 5,000 ปี รออีกสัก 10 หรือ 20 ปี คงไม่นานนัก



