คอลัมนิสต์

รอไม่ไหวแล้ว

รอไม่ไหวแล้ว

25 ส.ค. 2558

รอไม่ไหวแล้ว : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

            ดูเหมือนว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ส่งให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น จะส่งผลกระทบต่อนักการเมืองไม่น้อย ดูได้จากทั้งนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย และนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์

            คนของทั้งสองพรรคต่างก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเนื้อหาที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปแก้ไขตามข้อเสนอแนะในก่อนหน้านี้เป็นไปในทำนองเดียวกัน

            ต่างก็เชื่อว่า ต่อให้เสนอแนะไปอย่างไร กรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะปรับแก้ภายใต้โครงหลักที่ถูกวางเอาไว้แล้ว

            ยอมเปลี่ยนเนื้อหา แต่หลักการคงเดิม !

            แต่นั่นก็ไม่ได้น่าแปลกใจเท่าใดนัก เพราะเป็นนักการเมืองที่จะยังต้องลงเล่นในสนามการเมืองในยามที่กรรมการเป่านกหวีดเริ่มเกมใหม่

            ที่แปลกใจก็คือ การออกมาโวยวายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาซัดเต็มๆ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่เลวร้ายที่สุด

            ทั้งที่จะว่าไปแล้ว ตัวพ.ต.ท.ทักษิณแทบจะไม่เกี่ยวอะไรเลยจากรัฐธรรมนูญนี้

            แต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณมาชำแหละร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นกรรมการอยู่ด้วย และจะมาคุมรัฐบาล เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยถึงที่มาที่ไปในการออกมาพูดในห้วงเวลานี้

            เพราะยิ่งประเด็นที่พูดว่า หากนายกรัฐมนตรีไปประชุมที่ต่างประเทศ เขาอาจบอกว่าให้ส่ง ผบ.ทบ.มาคุยดีกว่า เพราะตำแหน่งใหญ่กว่า นั่นก็ดูเหมือนจะประชดมากเกินไป หรือไม่ก็อยากให้เกิดความสับสนว่าคงเป็นเช่นนั้น

            เพราะแท้จริงแล้ว คณะกรรมการชุดนี้มาทำเรื่องการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง

            คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ จะมีกำลังภายใน จะเบ่งกล้ามขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุความรุนแรง เกิดจลาจล จนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งก็ต้องทำตามที่บทเฉพาะกาลที่มีรายละเอียดไว้ว่า แบบไหน อย่างไร ถึงจะเปิดทางให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ยื่นมือเข้าไปได้

            เจตนาที่ต้องการจะสื่อใช่หมายถึงระยะเวลานับจากนี้ไปจนสิ้นสุดวาระของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เสียมากกว่า

            เพราะก่อนหน้านี้ คสช.บอกว่าจะเดินตาม “โรดแม็พ” ที่เดิมคาดว่าน่าจะไม่เกินปีครึ่ง แต่เมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แล้วยังจะต้องทำประชามติว่าเอาหรือไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ว่านี้ ก็เลยน่าจะทำให้การเลือกตั้งมีขึ้นราวต้นปี 2560

            ยืดเวลาออกไปอีกนิด

            แต่เมื่อมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ที่จะใช้เวลาในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองขึ้นมาและมีอายุยืนยาวถึง 5 ปี เรื่องราวก็เป็นอีกเรื่อง

            ไอ้ที่ไปถ่ายรูปยืนแอ็กที่ป้ายรถเมล์เมืองนอกที่ขึ้นภาษาอังกฤษสื่อเป็นภาษาไทยว่า “รอได้” ในวันนี้ ก็ทำท่าว่าจะรอไม่ได้ เพราะสิริแล้วต้องรอนานถึง 6 ปี

            นานเกินไปสำหรับชายวัย 66 ปี ที่จะยืนรอไปอีกอย่างน้อย 6 ปี

            นานเกินไปสำหรับน้องสาวผู้ซึ่งกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ

            ที่สำคัญคือ นานเกินไปสำหรับพรรคการเมืองทีี่กอปรขึ้นมาด้วยศรัทธาตัวผู้นำ แต่ผู้นำกลับไม่สามารถขับเคลื่อน และตัวพรรคเองก็เจอสารพัดอุปสรรคในการขับเคลื่อนทางการเมือง

            ถึงแม้จะถูกบังคับให้รอ แต่ท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาล่าสุด แสดงให้เห็นว่า รอไม่ไหวแล้ว !