คอลัมนิสต์

ดรีมทีมอย่าทำให้ผิดหวัง

ดรีมทีมอย่าทำให้ผิดหวัง

25 ส.ค. 2558

ดรีมทีมอย่าทำให้ผิดหวัง : บทบรรณาธิการประจำวันนอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558

            บรรยากาศการเข้าทำงานวันแรกของรัฐมนตรีใหม่หลายคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคักจากการต้อนรับของบรรดาข้าราชการประจำ มาพร้อมความคาดหวังครั้งใหม่สำหรับหลายกระทรวง ที่แตกต่างกันออกไป บางกระทรวง สังคมคงไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้สูงนัก เพราะนอกจากจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีที่มาไม่ปกติ และไม่ควรจะทำงานภายใต้นโยบาย "ลากยาว” แล้ว บางกระทรวงยังมีโจทย์เดิมๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย อย่างเช่นเมื่อเอ่ยคำว่า ปฏิรูปการศึกษา ก็เป็นที่รู้กันว่า ทำกันมานานแต่แทบจะไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ถูกแล้วด้วยซ้ำ ยิ่งมาเจอการบ้านที่ว่าด้วยการบูรณาการหลักสูตรเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคตอย่างที่ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยวิเคราะห์เอาไว้ด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความยากขึ้นนับร้อยเท่าพันทวี

            หากแต่ในวันนี้ ในนาทีที่รัฐมนตรีก้าวเข้ากระทรวง โฟกัสได้จับจ้องไปยังทีมเศรษฐกิจ ภายใต้การนำของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้า "ดรีมทีม” ซึ่งได้รับการคาดหวังไว้ว่า อย่างน้อยที่สุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นก็จะทำให้ชาวบ้านร้านช่องได้ผ่อนคลายลงบ้าง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เข้าสู่การพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะเศรษฐกิจท้องถิ่นขับเคลื่อนต่อไป และเกิดการหมุนเวียนมากขึ้น พร้อมกับจะเร่งการลงทุนในประเทศครั้งใหญ่ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อกระจายการเติบโตไปยังภูมิภาค รวมถึงจะประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในทุกมิติ เพื่อให้มีความร่วมมือทางการค้าต่อไปด้วย

            ตามแนวทางของรองนายกรัฐมนตรีที่เปิดเผยออกมานี้ ถือเป็นการตอบรับภาคเอกชนที่ได้ออกมาเรียกร้องก่อนหน้าในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค ที่ปรารถนาจะให้รัฐบาลใช้มาตรการระยะสั้นสร้างบรรยากาศการบริโภคจับจ่ายภายในประเทศขึ้นมาโดยเร็ว ซึ่งกรณีเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากปฏิเสธในเมื่อเศรษฐกิจของประเทศได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นทุนนิยม และประเทศอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว นั่นหมายถึงว่า รัฐบาลจะต้องจัดการกับเครื่องจักรหลักในภาคราชการให้หยุดเกียร์ว่าง และเริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มฝีจักรไปพร้อมกัน เพราะปัญหาที่ผ่านมานั้น โครงการต่างๆ ของภาครัฐ อย่างเช่น การก่อสร้างสารพัดระบบสาธารณูปโภค แต่ละหน่วยงานเบิกจ่ายเงินงบประมาณน้อยมากจนเกิดการค้างท่ออย่างที่รู้ๆ กัน หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกอย่างแน่นิ่งอยู่กับที่ นำมาซึ่งความชำรุดทรุดโทรมและเม็ดเงินไม่ได้หล่อเลี้ยงในระบบเท่าที่ควร

            อย่างไรก็ตาม ตามข้อสรุปดังตัวอย่างข้างต้นนั้น ล้วนแต่เป็นความคาดหวังเอาไว้กับนโยบายของรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่จะต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม พร้อมผลักดันให้เกิดเนื้องาน หรือมาตรการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด แม้ว่าเงื่อนไขภาวะเศรษฐกิจโลกจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เป็นตัวกำหนดความเป็นไปอยู่มาก ซึ่งรัฐบาลจะต้องประสานความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปอย่างหลากหลายมิติ หากแต่โจทย์ที่ภาคเอกชนได้ตั้งไว้รอคอยคำตอบ และการปฏิบัติจากรัฐบาลก็เป็นแนวทางที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน ดังเช่นที่รองนายกรัฐมนตรีได้นัดหารือกับองค์กรต่างๆในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เหล่านี้ล้วนคือความหวังที่สังคมไทยให้ไว้กับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ อย่างน้อยที่สุดภายในสิ้นปีนี้ ก็ควรจะต้องมีข่าวดีเกิดขึ้น