
พึ่งนักสืบโซเชียลช่วยแจ้งเบาะแสล่ามือวางระเบิดแยกราชประสงค์
พึ่งนักสืบโซเชียลช่วยแจ้งเบาะแส ล่ามือวางระเบิดแยกราชประสงค์ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ภายหลังเกิดเหตุระเบิด “คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์” ที่บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนได้ “ไล่กล้องวงจรปิด” ที่ติดตั้งอยู่จุดเกิดเหตุและละแวกใกล้เคียงนับร้อยตัว เพื่อหาเบาะแส “แกะรอย” คนร้าย กระทั่งพบ “ชายต้องสงสัย” ลักษณะคล้าย “ชาวต่างชาติ” ใส่เสื้อยืดสีเหลือง หน้าอกเสื้อสกรีนลายการ์ตูน กางเกงสีน้ำเงินเข้มขาสามส่วน สวมรองเท้าผ้าใบสีดำแถบแดง สะพายเป้สีดำข้างใน “บรรจุระเบิด” มาวางไว้ใต้เก้าอี้ในศาลพระพรหมก่อนเกิดเหตุ “สะเทือนขวัญ” ครั้งใหญ่ และคล้อยหลังเกือบ 20 ชั่วโมง ก็มีการพยายาม “ก่อเหตุซ้ำ” อีกครั้ง เนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 สิงหาคม ก็เกิดเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร ใกล้สะพานตากสิน ถนนเจริญกรุง แต่โชคดีที่ไม่มีใครเจ็บ-ตาย
จากเหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และกล้องวงจรปิด กระทั่งมีการ “สเก็ตช์ภาพคนร้าย” เป็นชายชาวต่างชาติ จนนำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 สิงหาคม โดยตำรวจก็ขอให้สื่อเผยแพร่ภาพคนร้าย ทั้งภาพสเก็ตช์และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ประชาชนร่วมกัน “แจ้งเบาะแส” ซึ่งมีรางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท
เพื่อให้สามารถจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด อันจะนำมาซึ่งความสงบสุข ความเรียบร้อยของบ้านเมือง ข้อมูลจากทุกฝ่ายและเบาะแสจากประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยหลังเกิดเหตุมีนายตำรวจหลายคนใช้ช่องทาง “โซเชียลมีเดีย” ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส หรือความเคลื่อนไหวของคนร้ายรายนี้ เสมือนหนึ่งเป็น “นักสืบโซเชียล” เพื่อช่วยงานสืบสวนของตำรวจให้เดินหน้าเร็วขึ้น
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. ได้เปิดเผยและออกประชาสัมพันธ์ตั้งแต่หลังเกิดเหตุประมาณ 3 ชั่วโมง ว่า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากผู้ใดมีภาพหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการระเบิดในครั้งนี้ โปรดแจ้งที่หมายเลขสายด่วน 1599 หรือส่งข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.royalthaipolice.go.th, เฟซบุ๊ก ชื่อ ทีมงานโฆษก ตร., เฟซบุ๊ก ชื่อ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ทวิตเตอร์ ชื่อ ทีมโฆษก ตร., ทวิตเตอร์ ชื่อ Pol.Lt.Gen.Dr.Prawut, อีเมล [email protected] และ อีเมล [email protected] ซึ่งสามารถแจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. ที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจโดยตรง ผ่าน “แอพพลิเคชั่น” ชื่อ Police ilertu ไปยังตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งดาวน์โหลดแอพได้ที่ https://itunes.apple.com/th/app/police-i-lert-u/id950616229?l=th&mt=8 สำหรับโทรศัพท์มือถือแบบไอโฟน และดาวน์โหลดแอพสำหรับโทรศัพท์มือถือแบบแอนดรอยด์ ได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.arunsawad.policeilu โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ล่าสุด พ.ต.อ.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผกก.สส.บก.น.6 ได้ประชาสัมพันธ์ว่า ผู้ใดรับบุคคลต้องสงสัยตามภาพไปส่งที่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ติดกับศาลพระพรหมเอราวัณ ถนนราชดำริ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลาประมาณ 18.37 น. ถ้าสามารถแสดงตนและให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จะมีเงินรางวัลให้จำนวน 3 หมื่นบาท โดยตำรวจจะรับรองความปลอดภัยและปกปิดข้อมูลของตัวท่าน ให้ติดต่อด่วนกับ พ.ต.อ.นพสิทธิ์ โทร.08-5358-7777 ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน
นอกจากตำรวจจะทำงานอย่าง “ขะมักเขม้น”เพื่อคลี่คลายคดี “ใหญ่ยิ่ง” ครั้งนี้แล้ว ยังต้องพึ่งพาพลังจากประชาชนช่วย “เป็นหูเป็นตา” แจ้งเบาะแส เพิ่มข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายใจ “อำมหิต” คนนี้ มาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ทำกับ “เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย” ทั้งหมด



