
โจทย์ใหญ่ฝ่ายความมั่นคง
โจทย์ใหญ่ฝ่ายความมั่นคง : กระดานความคิด โดยกมลชนก ฑีฆะกุล
หลังเหตุการณ์ระเบิดหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมักมุ่งไปที่เรื่อง ปัญหาทางการเมือง แต่น้อยครั้งที่ตำรวจสามารถสืบสวนสอบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องหามาลงโทษได้
ให้หลังเหตุระเบิดสะเทือนขวัญครั้งล่าสุด ที่เกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ผ่านมาไม่นานนัก มีคำถามตามมาอย่างกระชั้นชิดว่า ขณะนี้ประเทศไทยต้องหันกลับมาทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันว่าตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายจากเครือข่ายก่อการร้ายหรือไม่
เพราะถ้าสืบสาวราวเรื่องย้อนกลับไปแล้วจะพบว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในกรุงเทพมหานครหลายครั้ง เรียกได้ว่า ถ้าจะนับรวมกันแล้วมีหลายสิบแห่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเมืองร้อนแรง สี่แยกราชประสงค์ดูเหมือนจะเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มการเมือง ซึ่งสุดท้ายหลายชีวิตต้องสังเวยลงที่นี่ ไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือคนแก่
กระนั้นก็ตาม บทสรุปที่ว่า สาเหตุมาจากการเมืองนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า เหตุระเบิดในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ได้มาจากฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติเสียทีเดียว
หากย้อนทบทวนถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ประเทศไทยเคยถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจากภูมิภาคต่างๆ ใช้เป็นสถานที่กบดาน วางแผน ก่อเหตุรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มก่อการร้ายจากซีกโลกตะวันออกกลาง ที่เข้ามาสร้างความหวาดผวาให้กับคนไทย
ตั้งแต่การจับกุม “อาทริส ฮุสเซน” ผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นเครือข่ายเฮซบอลเลาะห์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และขยายผลไปพบโกดังเก็บสารประกอบระเบิดจำนวนมากที่ จ.สมุทรสาคร จนเกิดเหตุระเบิด 3 จุด ภายในซอยสุขุมวิท 71 โดยขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านได้อีกหลายราย
ข้อมูลการข่าวล่าสุดระบุว่า เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์อาจมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากสาเหตุความไม่พอใจที่รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์บางส่วน ที่หลบหนีมากบดานในไทย เพื่อรอไปยังประเทศที่สาม หรือตุรกี กลับประเทศจีน เพราะมีข้อมูลจากทางการจีนว่า มีการกระทำเกี่ยวพันในความผิดก่อการร้าย ทำให้ทางการไทยต้องส่งชาวอุยกูร์ที่ต้องคดีให้ประเทศต้นทาง ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนในการดูแลและส่งต่อไปยังประเทศที่บุคคลเหล่านั้นต้องการ
เหตุความรุนแรงครั้งนี้ แม้จะยังไม่แน่นอนว่ามาจากสาเหตุใดและฝีมือใคร แต่ลักษณะการก่อเหตุ โดยเฉพาะหลักฐานทางวัตถุระเบิด ที่หน่วยความมั่นคงระบุว่า ยังไม่เคยปรากฏใช้ก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือในประเทศไทย ทำให้น่าวิตกว่า ประเทศไทยอาจกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่
เป็นปัญหาใหม่ที่ใหญ่และหนักหนาทีเดียว ที่รัฐบาลจะต้องเร่งคลี่คลายคดีเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งไม่ว่าบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ความจริงที่ออกมาล้วนคือโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องขบให้แตก เพื่อวางแผนเอาชนะในลำดับต่อไป



