คอลัมนิสต์

ทหาร-ตร.ตั้ง‘วอร์รูม’เฝ้าระวังสแกนพื้นที่ระเบิดทุกตารางนิ้ว

ทหาร-ตร.ตั้ง‘วอร์รูม’เฝ้าระวังสแกนพื้นที่ระเบิดทุกตารางนิ้ว

20 ส.ค. 2558

ทหาร-ตร.ตั้ง‘วอร์รูม’เฝ้าระวัง สแกนพื้นที่ระเบิดทุกตารางนิ้ว : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง

               แม้ว่าเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ จะยังไม่ชี้ชัดจากหน่วยงานด้านความมั่นคงถึงสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากจะต้องตรวจสอบวัตถุพยานหลักฐาน และรอผลการตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดก่อน และโจทย์ที่สำคัญคือ คนวางระเบิด ถึงจะสามารถไขปริศนาไปถึงตัวผู้บงการ เมื่อถึงเวลานั้นถึงชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ หรือระหว่างประเทศ หรือการก่อการร้ายสากล ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามเกาะติดและสแกนพื้นที่ทุกตารางนิ้ว ทั้งในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด

               โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าทีมในการตั้ง “วอร์รูม” ติดตามสถานการณ์ เพราะขณะนี้ยังไม่มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าสถานการณ์ความรุนแรงที่เป็นโศกนาฏกรรมคร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ 20 คน และบาดเจ็บอีก 123 คน จะไม่กลับมาเกิดขึ้นอีก

               หน่วยงานด้านความมั่นคง ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการเมืองภายใน หรือระหว่างประเทศ รวมถึงปัจจัยการก่อการร้าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องคลี่คลายทุกอย่างให้เกิดความรอบคอบ และต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไปสู่โรดแม็พในระยะที่ 3 จึงไม่อยากให้มีอะไรทำให้เกิดปัญหา หรือเกิดสะดุดกลางคัน ขณะนี้บ้านเมืองกำลังเดินไปด้วยดี

               “นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คลี่คลายคดีนี้ให้โดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ดังนั้นจะต้องหาตัวมือระเบิดและตัวผู้บงการมาลงโทษให้ได้ เพราะการกระทำถือว่าค่อนข้างเลือดเย็นมาก นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจัดกำลังดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญ และพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมาในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยเฉพาะในพื้นที่มีชาวต่างชาติ”

               สถานการณ์นับจากนี้ไปยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งหนึ่งคือการวางมาตรการป้องกันเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความรุนแรงเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในการประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของทหารและตำรวจ โดยตั้ง บก.ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขึ้นภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)

               ทั้งนี้ จะมีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ วันละ 1 ครั้ง พร้อมมีการตั้งด่านตรวจความมั่นคง 88 จุด ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับสถานีตำรวจในกทม.ที่มีอยู่ 88 สถานี โดยมีทหารเข้าไปร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วย โดยการตั้งด่านจะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ และจุดสกัด ในจุดที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น นอกจากนั้น ยังตั้งในจุดที่มีเส้นทางคมนาคมสำคัญ รวมไปถึงเฝ้าระวังสถานที่สำคัญด้วย โดย พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นผู้สั่งการให้หน่วยแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ

               “กำลังทหารและตำรวจจะสนธิกำลังในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดสายตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่สำคัญต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 88 จุด โดยใช้กำลังจำนวน 1,162 นาย แบ่งเป็นกำลังทหาร 609 นาย และ กำลังตำรวจ 553 นาย รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเอกชน เพื่อช่วยในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดสายตรวจในพื้นที่ชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้วยเช่นกัน"

               ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน และพยานบุคคล

               ทั้งนี้ ประชาชนจะต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวัง และจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดสังเกต ในการแจ้งข้อมูล เบาะแสกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ทางหมายเลข 191 หรือ 1599