
รอความหวังทีมศก.ใหม่
รอความหวังทีมศก.ใหม่ : บทบรรณาธิการประจำวันที่20ส.ค.2558
มีความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับถึงการนำรายชื่อปรับคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดูเหมือนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้นมีการปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจยกชุด โดยมีชื่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจเต็มตัว พร้อมมือทำงานจากภาคเอกชนอีกหลายคนที่จะมาสานต่องานเดิมที่รัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้วางไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการบริโภคภายในประเทศ รายได้ของประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน รวมไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างบรรยากาศการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เป็นต้น
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะแย่กว่าครึ่งปีแรก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลที่ข้อมูลหลายๆ ส่วนบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน เห็นได้ชัดในเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำส่งผลกระทบต่อการค้าการขายของทุกประเทศโดยเฉพาะการส่งออกของไทยที่มียอดสั่งสินค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลต่อการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ 2.6% ต่อปี ซึ่งรัฐบาลเองเชื่อว่าทั้งปียังขยายตัวได้ถึง 3% เนื่องจากเศรษฐกิจมีผลกระทบมากขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าส่งออกจะติดลบ 1.3% เมื่อการส่งออกแย่กว่าเดิมแต่การเร่งการลงทุนทำกันเต็มที่แล้ว หากจะให้ทำมากกว่านี้อาจจะทำให้เครื่องที่เดินแบบเต็มสูบนั้นเกิดอาการล้าหรือไหม้ขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาค่าเงินบาทลดลง ภัยแล้งเข้ามาซ้ำเติมอีกด้วย ดังนั้นการจะทำให้เศรษฐกิจโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายรัฐบาลอย่างมาก
แต่กระนั้นรัฐบาลจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจแย่ เพื่อช่วยประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดต่ำมากจนประชาชนเดือดร้อนเหมือนที่หลายๆ ประเทศทำกัน รวมถึงการลงทุนของประเทศเพื่อให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า 3% ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการวางแนวทางกระตุ้นเกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบราง ถนนและน้ำ การส่งเสริมการลงทุน การใช้งบประมาณค้างท่อ เป็นต้น หากรัฐบาลเร่งโครงการลงทุน มีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการบริโภค และกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนตามมา ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัว และหากต่อไปเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวก็จะทำให้การส่งออกของไทยกลับมาดีขึ้น
ยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นทีมเศรษฐกิจชุดไหน หากเข้ามาทำงานในช่วงนี้ ก็ถือว่าต้องทำงานหนัก เพราะเศรษฐกิจขณะนี้มีปัญหาที่ต้องให้แก้ไขค่อนข้างมากและยากพอสมควร เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังแย่ และไทยก็ได้รับผลกระทบจากทั้งภายนอกและภายในประเทศด้วย เพราะปัญหาต่างๆ เป็นปัญหาโครงสร้าง ซึ่งทีมเศรษฐกิจต้องทำงานหนักหน่อย แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้ แต่ต้องยอมรับประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะที่ปกตินัก มีทั้งปัญหาภายนอกและภายใน ดังนั้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะแก้ให้ได้ในเร็ววันคงยาก จึงต้องมีการระดมสมองและบูรณาการร่วมกันในหลายภาคส่วนเพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเป็นแบบนี้ ทุกคนฝากความหวังและกำลังเฝ้าจับตาทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ว่าจะแก้ปัญหาได้มากกว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไป



