
ร่วมประณามบึ้มราชประสงค์
ร่วมประณามบึ้มราชประสงค์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่19ส.ค.2558
เหตุการณ์รุนแรงลอบวางระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ใจกลางกรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างน้อย 20 คนและบาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน รวมทั้งสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินอาคารโดยรอบจุดเกิดเหตุด้วย นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความตระหนกตกใจให้แก่คนไทยอย่างมาก ที่มีการลอบวางระเบิดใจกลางกรุงเทพฯ ที่เป็นแหล่งธุรกิจและมีชาวต่างชาติจำนวนมากมาท่องเที่ยวในย่านดังกล่าว ซึ่งผลกระทบจากเหตุครั้งนี้ต่อประเทศไทยย่อมมีขึ้นอย่างมากมาย ทั้งด้านความมั่นคงในเรื่องความปลอดภัย เรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งหลังเกิดเหตุขึ้นหลายประเทศได้ประกาศเตือนประชาชนของตัวเองให้ระมัดระวังในการเดินทางมาเมืองไทย
ขณะเดียวกันสังคมโซเชียลได้โพสต์และแชร์ภาพเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ออกไปอย่างแพร่หลาย รวมทั้งการวิเคราะห์และตั้งสมมติฐานสาเหตุการลงมือออกไปด้วย มีการโยงทั้งเรื่องปัญหาการเมืองภายในประเทศ ปมขัดแย้งระหว่างประเทศในเรื่องชาวอุยกูร์ ทำให้ผู้รับข่าวสารอาจเชื่อในข้อมูลเหล่านั้น ทั้งที่การสอบสวนและข้อมูลที่เป็นจริงควรต้องรับฟังจากหน่วยงานโดยตรงที่ทำการคลี่คลายคดี และไม่ควรนำข้อมูลที่เผยแพร่ในโซเชียลส่งต่อออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกและคาดเดาไปในทิศทางที่ผิด ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อสอบสวนในทุกประเด็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว เชื่อมั่นว่าในเวลาไม่นานจะได้ข้อสรุปทุกด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันแล้วว่ารัฐไม่มีปิดบังแน่นอน
การสอบสวนของหน่วยงานทั้งเจ้าหน้าที่สอบสวนและฝ่ายความมั่นคง จำเป็นต้องสืบค้นพยานหลักฐานและวิเคราะห์วัตถุพยานของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อดูความเชื่อมโยงว่ารูปแบบการประกอบระเบิดเข้ากับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มใดทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาลมีภาระที่ต้องทำควบคู่ไปกับการสอบสวนคดี นั่นคือ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนในประเทศและต่างประเทศ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นได้อีก เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนปกติโดยเร็ว ในส่วนคนไทยทุกคนต้องช่วยกันในยามประเทศถูกกระทำอย่างรุนแรงและเลวร้าย ต้องถือเป็นเรื่องส่วนรวมส่งผลให้ประเทศเสียหาย ต้องช่วยกันสอดส่องเป็นหูตาให้แก่ภาครัฐและแจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ถ้าทุกคนร่วมมือกันจะช่วยได้อย่างมาก
การลอบวางระเบิดครั้งนี้ ภาครัฐชี้ชัดว่าคนร้ายที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นขบวนการหรือไม่ มีเจตนามุ่งประสงค์ต่อชีวิตของประชาชนแน่นอน เนื่องจากลักษณะของระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงทำลายล้างสูง ถึงขนาดมีรัศมีรุนแรงเป็นวงกว้างถึง 100 เมตร และเลือกสถานที่และเวลาในช่วงที่มีคนพลุกพล่านอยู่กันจำนวนมาก ดังนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอำมหิต ไม่คิดถึงชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ว่าจะล้มตายเป็นจำนวนเท่าไหร่ เป็นการกระทำที่ขาดคุณธรรมและหลักศาสนา โดยนานาประเทศได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อประเทศไทยและประณามการลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ เช่นเดียวกับชาวไทยที่ร่วมประณามเหตุการณ์นี้และพร้อมที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อช่วยกันปกป้องประเทศของเรา



