คอลัมนิสต์

ปรับเร่งด่วนนโยบายไทยต่ออาเซียน(2)

ปรับเร่งด่วนนโยบายไทยต่ออาเซียน(2)

18 ส.ค. 2558

ปรับเร่งด่วนนโยบายไทยต่ออาเซียน(2) : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

             จริงอยู่รัฐบาลชุดนี้มีแนวนโยบายเตรียมพร้อมออกมา รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ มากมาย แต่ดูเหมือนว่า ยังต่างฝ่ายต่างทำ เพราะความเข้าในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่างกันมาก

             ผู้เขียนอยากเน้นสี่ประเด็นเกี่ยวอนาคตไทยกับอาเซียน

             ประเด็นแรก ไทยให้กำเนิดอาเซียน 48 ปีที่ผ่านมา ไทยเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ต่อมารัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ชูนโยบายอาเซียนเป็นครั้งแรกให้เป็นเสาหลักหนึ่งของนโยบายต่างประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไทยเรากระตือรือร้นมาก โดยเฉพาะในช่วงปัญหากัมพูชา (ค.ศ.1979-1992) ถ้าไม่มีไทยนำอาเซียนมีหวังไทยและอาเซียนก็ไม่มีวันนี้

             ประเด็นที่สอง อาเซียนหลังปี ค.ศ.2008 เปลี่ยนไปมาก คนไม่ศึกษาอาเซียนจะไม่เข้าใจว่า องค์การนี้มีพลวัต ดูผิวเผิน ดีแต่พูด ตีกอล์ฟ ไม่ทำอะไร หลังมีกฎบัตรอาเซียน สัมพันธ์สมาชิกอาเซียนมีความหมายมากขึ้น มีพันธะต่อกันมากขึ้น ไม่ใช่ดีแต่พูด ต้องทำด้วย มิฉะนั้นถูกทำโทษ ถึงแม้ว่าจะไม่รุนแรงถึงขับไล่ออกกัน

             ประเด็นที่สาม เนื่องจากอาเซียนกำลังเข้าสู่ประชาคมเดียว มีฐานการผลิตเดียว ไทยเราต้องปรับยุทธศาสตร์ให้เท่าทันคือ วิสัยทัศน์หรือนโยบายไทยต่ออาเซียนและนโยบายอาเซียนต้องผสมผสานกันเป็นเนื้อเดียวกัน คือนโยบายไทยต่ออาเซียน “ต้องกว้างพอและสามารถครอบแผนปฏิบัติการอาเซียน” ทั้งหมด มันจะส่งผลดีต่อไทยในทุกมิติในอนาคต ยิ่งมีความเป็นประชาคมอาเซียนแน่นแฟ้นมากขึ้นเท่าไร ไทยเราจะได้กับได้ สองเด้ง สามเด้ง...ไม่ว่ากัน

             ในประเด็นที่สี่ ไทยต้องฝึกฝนเตรียมคนรุ่นใหม่ (คนรุ่นเก่าก็ไม่ทิ้ง) รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถสถาบันการศึกษาและที่ฝึกอาชีพและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับล่างสุดถึงสูงสุด

             พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อไปนี้ไทยคิดอะไรคิดถึงอาเซียนก่อน อาเซียนมีแผนอะไรออกมา ไทยเราเข้าไปสวมทันทีและนำมาปฏิบัติให้เห็นสัมฤทธิผลก่อน เพราะผลประโยชน์แห่งชาติที่ได้มิใช่เป็นของภาคเอกชนหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นของทั้งประเทศ

             แนวคิดนี้คงมีการถกเถียงเยอะ เพราะเท่ากับว่าเรามองข้ามช็อตไปอนาคต หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า อาจจะมากเกินไปหรือเปล่า เอาเข้าจริงไม่ อาเซียนมีทัศนคติที่ทำอะไรค่อยเป็นค่อยไป ฉะนั้นประเทศที่ได้ประโยชน์คือประเทศที่ไหวตัวทัน ทำไปก่อน เช่น สิงคโปร์ เป็นต้น มาเลเซียได้ใช้ประโยชน์ทางด้านการเปิดเสรีการบินในอาเซียน แอร์เอเชียฉลาดเอาสโลแกนอาเซียนมาใช้ แบงก์ซีไอเอ็มบีก็เช่นกัน

             ที่ผ่านมาสิงคโปร์วางยุทธศาสตร์อาเซียนว่า เกาะแห่งนี้คือเมืองหลวงของอาเซียน มีนโยบายออกมาทุกตัวเสริมยุทธศาสตร์เหล่านี้ มีความต่อเนื่องสูง ตอนนี้สิงคโปร์มองไปอีก 50 ปีข้างหน้าว่า เกาะแห่งนี้จะอยู่ที่ไหนควรมีนโยบายออกมาอย่างไร ไม่ได้มุ่งที่อาเซียนแล้ว กำลังขยายตัวเองเป็นฐานของเอเชียทั้งหมด

             เป็นโอกาสดีต่อไทยเราสามารถปรับยุทธศาสตร์ระยะยาวได้ แต่ต้องมีความต่อเนื่อง ไม่หวั่นไหวหรือเปลี่ยนตามการเมือง อย่างน้อยๆ ไทยควรเป็น “ศูนย์โลจิสติกส์ของผืนแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์” โลจิสติกส์มีความหมายกว้าง ครอบจักรวาล ถ้าทำได้จริงหมายความว่าทุกองค์กรไทยที่เกี่ยวข้องคิดเหมือนกัน ไม่มีช่องว่าง การประสานงานเป็นเลิศ

             ภาวนาให้เป็นจริงเถิด แผนการโครงสร้างใหญ่ๆ ในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหนก็ตาม รวมทั้งเส้นทางไหมใหม่ หรือ “One Belt, One Road” ที่จีนกำลังผลักดัน หรือ Mekong corridor ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพยุทธศาสตร์ใหญ่ของไทย

             ฉะนั้นวิสัยทัศน์ไทยต่ออาเซียนคือแผนปฏิบัติงานอาเซียนที่กำลังร่างกันอยู่คือ วิสัยทัศน์อาเซียนหลังปี 2015 นั่นเอง ไทยเราสามารถเพิ่มเติมในประเด็นที่เราต้องการและเห็นว่าสำคัญ หรือในนโยบายที่ถูกสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ลดความสำคัญลงไป

             ถ้าทำได้แบบนี้ ไทยจะเป็นศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์เศรษฐกิจดิจิทัลศูนย์กลางเครือข่ายความเชื่อมโยงทั้งหลายทั้งปวง

             รัฐบาลชุดนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม แต่จะทำหรือเปล่า?