
ว่ากันยาวๆตามยุทธศาสตร์
ว่ากันยาวๆ ตามยุทธศาสตร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมถึงได้ตั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเหลืออายุราชการยาวนานจนถึงปี 2563 เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่
แต่พอมองดูอีกที ก็เห็นว่า คสช.กำลังวางตำแหน่งคนให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดองที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 260 ที่ให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการดังกล่าว
อายุราชการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีมากพอที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ คสช.ได้ว่า การทำหน้าที่ของตำรวจภายใต้การนำของพล.ต.อ.จักรทิพย์ จะเป็นไปตามกรอบที่ คสช.วางเอาไว้
แต่ถ้าหากว่า คสช.เลือก พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะที่เหลืออายุราชการเพียงปีเดียว ก็อาจทำให้สถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้ง ย่อมมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากฝ่ายการเมืองคุยกันลงตัว นั่นก็ย่อมหมายความว่า ไม่มีนายกฯ คนนอก เก้าอี้ ผบ.ตร.ก็จะไม่มั่นคงในทันที
แต่หากย้อนกลับไปดูสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความขัดแย้งทางการเมืองของคน 2 กลุ่ม และบานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าใช้อาวุธเข้าทำร้ายกันนั้น เป็นเพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎหมาย แต่เป็นไปตามความเชื่อทางการเมือง และการชี้นำของอำนาจรัฐ
ความขัดแย้งที่ฝังรากลึกที่ว่านั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ คสช.เข้ายึดอำนาจ
ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่บ้านเมืองยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง
แต่การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แตกต่างกับกรณีแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก เพราะไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หากนับเอาความต่อเนื่องทั้งสองเหลืออายุราชการอีกเพียงปีเดียว
ถึงแม้ยังมั่นใจว่า เรื่องราวในกองทัพนั้น “เอาอยู่” แต่ คสช.ก็จำเป็นต้องหาคนที่มั่นใจได้ว่า ขึ้นไปคุมอำนาจแล้วต้องสานงานปฏิรูปและสร้างความปรองดองได้อย่างต่อเนื่อง
พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก เตรียมทหารรุ่นที่ 17 และ พล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เตรียมทหารรุ่น 16 คือผู้ที่คาดว่าจะถูกวางตัวในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และเป็นว่าที่ผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป
นั่นก็เพราะ พล.ท.เทพพงษ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพน้อยที่ 1 น้องเล็กแห่งบูรพาพยัคฆ์ นั้นเข้าไลน์ 5 เสือกองทัพบก ไม่ทัน เนื่องจากจะต้องไต่ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เสียก่อน
อย่างไรก็ตาม พล.ท.เทพพงษ์ ก็เป็นน้องเล็กแห่งบูรพาพยัคฆ์ที่บรรดาพี่ๆ วางตัวเอาไว้แต่แรกเพื่อให้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในช่วงกลางของการปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองตามแผนของ คสช.ที่ถ่ายทอดผ่านร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งตำรวจ ทั้งทหาร เป็นการวางตัวเพื่อให้ “โรดแม็พ 2” ที่กินเวลา 5 ปี ไปได้จนถึงเป้าหมาย



