คอลัมนิสต์

ทุกข์ของคนเมือง..นายกฯ

ทุกข์ของคนเมือง..นายกฯ

13 ส.ค. 2558

มนุษย์สองหน้า : ทุกข์ของคนเมือง..นายกฯ : โดย...แคน สาริกา

 
                       สารภาพตามตรงว่า เพิ่งเคยฟังเพลง “สุขแสนแดนนายก” ของวงสุนทราภรณ์ อันที่จริงเป็นเพลงเก่า โดย “พรพิรุณ” เป็นผู้แต่งคำร้อง และครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ให้ทำนอง
 
                       “นครหนึ่งงามนามอมรนครนายก สวยกว่าหยิบยกมากล่าวขาน น่าทัศนาอ่าโอฬาร หาถิ่นไหนปาน ทัดเทียมสถานที่นั้นได้หรือ ทัศน์ทิวน่าชมชวนสุขสม ภิรมย์รื่นใจ น้ำตกนั่นไซร้ งามเลื่องลือ ป่าเขานาไร่สดไสว ยกให้สมชื่อ สมนามนั่นคือนายกแน่นอน...”
 
                       ในยุคที่ผมเรียนหนังสือชั้นประถม จะร้องเพลงมาร์ชจังหวัดนครนายก ท่อนที่ขึ้นต้นว่า “นครนายก น้ำตกสาริกา..” และอีกท่อนหนึ่งที่พอจะจำติดปากนิดหน่อย “งามทิวเขาทอดยาวอยู่ทิศเหนือ ชายชาติทหารเสือเด่นผยอง แต่ปางหลังครั้งพระเจ้าอู่ทอง เป็นเมืองหน้าด่านป้องบูรพา”
 
                       ตอนนั้นพวกเด็กๆ พากันร้องเพลงนี้ด้วยความฮึกเหิม โดยเฉพาะวรรคทอง “ชายชาติทหารเสือเด่นผยอง” ผมยังนึกขำๆ สมแล้วที่กองทัพบกย้ายโรงเรียนนายร้อย จปร. จากถนนราชดำเนิน ไปอยู่เขาชะโงก นครนายก เพราะเมืองนี้มีประวัติศาสตร์ ทั้ง “ทหารเสือ” และ “เมืองหน้าด่านบูรพา”
 
                       มินับคำกล่าวขานว่า สถาบัน จปร. คือแหล่งผลิตนายกรัฐมนตรี และที่นี่ก็คือ นคร..“นายก” (อย่าซีเรียสนะครับ)
 
                       เหตุที่ยกเรื่องเพลงประจำจังหวัดมาเกริ่นกล่าว ก็เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวนครนายกในนาม “เครือข่ายพลเมืองจังหวัดนครนายก” ได้รวมกันเคลื่อนไหวคัดค้านผังเมืองใหม่ ที่จะเปิดช่องให้สามารถสร้างอุตสาหกรรม และการก่อสร้างที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
 
                       เมื่่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายพลเมืองจังหวัดนครนายกเข้ายื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอีกหลายหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวกับกรณีการแก้ไขกฎกระทรวงให้บังคับใช้ผังเมืองรวมจังหวัดนครนายก พ.ศ.2555
 
                       ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองจังหวัดนครนายก แจงว่า การแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย และกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจากประชาชนในจังหวัดไม่มีส่วนร่วมในการยกร่างครั้งนี้
 
                       นอกจากนี้ยังพบว่ามีการแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน ข้าราชการ นักการเมือง และเป็นการขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542 ที่ระบุให้จังหวัดนครนายกเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งจังหวัด รวมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครนายกอีกด้วย
 
                       จริงอยู่ คนนครนายกต้องการใช้ผังเมืองเดิมปี 2555 แต่หากจะมีการทำผังเมืองใหม่ปี 2560 ก็ต้องให้ประชาชนรับรู้ด้วย ไม่ใช่แอบทำกันหรือลักหลับ
 
                       กลุ่มคัดค้านยังอธิบายว่า การทำผังเมืองครั้งนี้ ได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของชาวนครนายกอย่างมาก ทั้งสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และสิทธิในด้านความเข้าใจ เนื่องจากไม่มีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นประชาชนเลย
 
                       จึงฝากเรื่องนี้ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ช่วยไขปมปัญหาให้กระจ่าง และตอบคำถามของประชาชนด้วย
 
                       เท่าที่สอบถามคนบ้านเดียวกัน ทุกคนก็เป็นกังวลว่า จังหวัดที่มีคำขวัญว่า “นครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ” จะแปรเปลี่ยนเป็น “ดงโรงงาน” และ “ป่าอุตสาหกรรม”
 
                       ผมยังจำตราประจำจังหวัดได้ดี เป็นรูปช้างชูรวงข้าว บ่งบอกถึงเขาใหญ่อันอุดมไปด้วยช้าง และทุ่งนากว้างใหญ่ไพศาล
 
                       มีคนนินทากันข้ามทศวรรษว่า นครนายกเมืองธรรมชาติสวยงาม “พ่อเมือง” ที่ย้ายมาแต่ละคน จึงมักจะมา “พักผ่อน” รอเกษียณ หรือไม่ก็ “พักใจ” รอเลื่อนชั้นไปอยู่จังหวัดเกรดเอ
 
                       อนิจจา จังหวัดที่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งคิดทำ “ผังเมืองในฝัน” แต่ก็กลายเป็นฝันลมๆ แล้งๆ มาถึงวันนี้มีคนคิดทำผังเมืองตอนคนนอนหลับฝัน พอลืมตาตื่น ก็ถึงรู้ว่าฝันร้าย
 
 
 
 
--------------------
 
(มนุษย์สองหน้า : ทุกข์ของคนเมือง..นายกฯ : โดย...แคน สาริกา)