คอลัมนิสต์

ถอดยศจบแน่วันนี้

ถอดยศจบแน่วันนี้

11 ส.ค. 2558

ถอดยศจบแน่วันนี้ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              นับเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมในเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเปิดเผย ภายหลังนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เพื่อจะตอบประชาชนให้ได้ว่า รัฐบาลจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้

              พล.อ.ไพบูลย์ สั่งการไปว่า การประชุมที่จะมีขึ้นในบ่ายวันอังคารจะต้องจบลงด้วยความชัดเจนว่า จะว่ากันอย่างไรต่อจากนี้

              หน่วยงานที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมประชุมนอกจากตัวแทนจากสำนักงานกฤษฎีกาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ สำนักกำลังพล สำนักงานกฎหมายและคดี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการสอบสวนการถอดยศ และในส่วนของกระทรวงยุติธรรมนั้น นำโดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนจากสำนักงานกิจการยุติธรรม และผู้แทนจากสำนักกฎหมาย

              พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551 จากคดีที่ดินรัชดาฯ นับจากนั้นก็มีความพยายามที่จะถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นระยะๆ เริ่มจากยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เมื่อปี 2552 ซึ่งกฤษฎีกาได้ตอบคำถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงปลายปีเดียวกันนั้นว่า สามารถทำได้ ตาม พ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

              นั่นอาจเป็นเพราะการเมืองที่ฝ่ายที่คุมอำนาจยังเป็นขั้วที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ

              กระทั่งกลางปี 2554 ยุคที่มี ผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็มีการยื่นให้กฤษฎีกาตีความอีกครั้ง และคำตอบก็เหมือนเดิม คือสามารถทำได้

              แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ถึงแม้ในเวลาต่อมาผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม

              กระทั่งในยุคที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศก็ได้เห็นความจริงจังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องข้อกฎหมาย และให้สรุปแนวทางการดำเนินการในเรื่องที่ว่านี้

              พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 คือผู้ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ

              ผลการพิจารณาของกรรมการก็เสนอให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ พล.ต.อ.สมยศ ที่ทำท่าขึงขังแต่แรก กลับส่งเรื่องกลับให้คณะกรรมการไปเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากไม่มีการลงชื่อรับรองของคณะกรรมการ กระทั่งมีการแก้ไขเรื่องที่ว่า พร้อมคำยืนยันในการถอดยศ แต่ พล.ต.อ.สมยศ ก็ยังขอตรวจสอบรายละเอียดเสียก่อน ซึ่งสุดท้ายผู้คนในสังคมเพิ่งรับรู้ว่า การตรวจสอบรายละเอียดนั้นก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความอีกครั้ง

              “ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ต้องเอาให้ชัด ว่าจะเอาอย่างไร แล้วที่ถามกฤษฎีกาไป ถามเขาว่าอย่างไร มันตรงกับประเด็นที่ควรจะเป็นหรือเปล่า ต้องเอาให้จบ” ชาญเชาวน์ กล่าว

              รัฐบาล คสช.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณี พ.ต.ท.ทักษิณนั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเกี่ยวข้อง ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อครั้งเดินทางมาประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย ที่เกาหลีใต้ เมื่อต้นปี

              พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้นายทหารพระธรรมนูญไปแจ้งความดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากเห็นว่า ตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์นั้น น่าจะละเมิดกฎหมายอาญามาตราดังกล่าว

              และนั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ พล.อ.ไพบูลย์ บอกว่า ภายในสิิ้นเดือนสิงหาคม ทุกอย่างจะต้องจบ พร้อมกับคลี่คลายความเคลือบแคลงใจของประชาชนได้ว่า รัฐบาล คสช.จะเอาอย่างไรกับกรณีนี้