คอลัมนิสต์

สภ.เกาะคาน้อมนำศก.พอเพียงปลูกข้าว'ไรซ์เบอร์รี่'

สภ.เกาะคาน้อมนำศก.พอเพียงปลูกข้าว'ไรซ์เบอร์รี่'

11 ส.ค. 2558

สภ.เกาะคา น้อมนำศก.พอเพียง ปลูกข้าว'ไรซ์เบอร์รี่'ลดความตึงเครียด : สายตรวจระวังภัย โดยอายุทัย นนท์นิติรัตน์

              ภาวะค่าครองชีพที่สูง อาจส่งผลให้เกิดความตึงเครียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อเป็นการลดค่าครองชีพ และสร้างรายได้ให้ครอบครัวข้าราชการตำรวจ  ทาง สภ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงได้นำพื้นที่ว่างเปล่ามาดำเนินโครงการปลูกข้าว “ไรซ์เบอร์รี่” ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชน เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วม

              เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.ชัชชัย บรรหารนุกูลกิจ รอง ผกก.ป.สภ.เกาะคา กล่าวว่า ตามที่นโยบายของพ.ต.อ.อนุภาพ เกื้อหนุน ผกก.สภ.เกาะคาที่มีการสนับสนุนให้มีการส่งเสริมการดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ลดความตึงเครียด สร้างความสามัคคี ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้กับกำลังพล ในการสร้างรายได้ โดยปลูกข้าว “ไรซ์เบอร์รี่”

              โดยใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าประมาณ 10 กว่าไร่ และเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเหมาะสมแก่การทำการเกษตร ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา หลายนายมีความรู้ความชำนาญในการทำเกษตรกรรม หรือทำนาปลูกข้าวเป็นส่วนใหญ่ จึงได้เกิดโครงการทำนาปลูกข้าว “ไรซ์เบอร์รี่” ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้และลดค่าครองชีพให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา พร้อมทั้งดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยได้เริ่มดำเนินโครงการนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

              โดยระยะแรกเริ่มของโครงการ ได้ดำเนินการในการปรับที่นา โดยมีการว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่มาดำเนินการ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในชุมชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือตามความสมัครใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา เนื่องจากการดำเนินโครงการที่จะต้องใช้เงินงบประมาณส่วนตัวเป็นเงินลงทุน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมหารือจัดตั้งสมาชิกกองทุนปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ขึ้นมา โดยเก็บเงินสมาชิกรายละ 500 บาท เพื่อเป็นเงินส่วนกลางในการดำเนินการ โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 70 คน เข้าร่วมกันปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่กว่า 35 แปลง ซึ่งผลดำเนินการเป็นไปได้ด้วยดีมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน เยาวชนเด็กนักเรียน นักศึกษา เข้ามาช่วยกันพัฒนาปลูกข้าวกันจำนวนมาก

              สำหรับการดูแลแปลงนาข้าวนั้น ก็จะมีการจัดสรรเวลาให้เหมาะสม โดยต้องแยกกันระหว่างการฝึกปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในโรงพัก ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีการทบทวนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อให้มีความชำนาญ จากนั้นหลังจากว่างเว้นจากการทำงาน หรือการฝึก ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมุนเวียนเข้ามาดูแลแปลงนาข้าว และเมื่อถึงระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน เด็กและเยาวชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือ และแบ่งรายได้ให้มีความเหมาะสม ทำให้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาผลของการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถสร้างรอยยิ้มและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ลดความตึงเครียดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์สร้างอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับภาคประชาชนไปพร้อมๆ กัน