คอลัมนิสต์

ต้นแบบอนุรักษ์ป่า

ต้นแบบอนุรักษ์ป่า

11 ส.ค. 2558

ต้นแบบอนุรักษ์ป่า : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2558

              นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีกระแสพระราชดำรัสถึงการฟื้นฟูป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกเมื่อ 12 ปีก่อน ความตอนหนึ่งว่า “ขอให้ทหารช่วยดูแลเรื่องป่าไม้และน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดและป่าเขาใหญ่ โดยขอให้ทหารและกรมป่าไม้ รวมทั้งส่วนราชการอื่นๆ ปลูกฝังแนวคิดให้แก่ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ ให้อยู่ร่วมกันกับป่าไม้อย่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยไม่เข้าไปรบกวนป่าไม้ ตลอดจนการพัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย” ครั้งนั้นได้นำมาซึ่งการรวมพลังโดยการนำของกองทัพบก ทำงานกันอย่างจริงจังจนสัมฤทธิ์ผล สามารถเรียกคืนความสมบูรณ์สู่ผืนป่าที่มีความกว้างใหญ่ไพศาล กินอาณาเขตติดต่อ 5 จังหวัดภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสาน เนื้อที่กว่า 1.2 ล้านไร่ ให้กลับมาดำรงความสำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ มีสัตว์ป่ากว่า 600 ชนิดอย่างที่เคยเป็นมา
 
            อย่างไรก็ตาม กล่าวโดยรวมถึงสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทย จำนวนพื้นที่ป่าไม้ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และน่าใจหาย เมื่อปีที่แล้ว สำรวจพบว่ามีป่าไม้เหลืออยู่ประมาณ 102 ล้านไร่ ลดลงจากเดิม 107 ล้านไร่จากที่สำรวจเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านั้น โดยสรุปก็คือ ในปีหนึ่งๆ ป่าไม้ในประเทศไทยถูกทำลายลงถึง 1 ล้านไร่ สาเหตุก็คือการบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำการเกษตร รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ จากนายทุน ที่เป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชนแฝงตัวในนามของราษฎรไร้ที่ดินทำกิน เช่นนี้ หลังจากที่ประเทศไทยยกเลิกนโยบายให้สัมปทานการทำไม้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 24-25 ปีก่อน กลับไม่ปรากฏแนวโน้มว่าวิกฤติการณ์ป่าไม้จะได้ลดน้อยเบาบาง ขณะเดียวกัน นโยบายด้านป่าไม้ของหลายรัฐบาลตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา กลับทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับประชาชนในพื้นที่ภายใต้การประกาศใช้กฎหมาย โดยละเลยความเป็นไปว่าด้วย "คนกับป่า”

              ภัยแล้งในระดับหนักหนาสาหัสในรอบหลายสิบปี ที่เพิ่งจะมีฝนฟ้าเข้ามาบรรเทาและคลายวิกฤติลงบ้างนั้น มีข้อสรุปว่า นอกจากเป็นผลมาจากปรากฎการณ์เอลนีโญแล้ว สภาพแวดล้อมของประเทศไทยก็มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ โอกาสที่ฝนจะตกลงมามีน้อยกว่าปกติตามสภาพภัยธรรมชาติ เนื่องจากความชื้นในระบบมีน้อยเกินไป เพราะป่าไม้ต้นน้ำลำธารถูกทำลายลงอย่างหนัก สถิติที่แสดงให้เห็นเป็นวิทยาศาสตร์อย่างไม่อาจจะปฏิเสธได้ก็คือ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศมีน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ต้องระบายออก นั่นหมายถึงว่า วิกฤติแล้งที่เกิดขึ้น จะไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่เข้าสู่หน้าฝนหรือหน้ามรสมุมแล้วเท่านั้น หากแต่ปริมาณน้ำต้นทุนที่จะต้องอาศัยเก็บสะสมหลายปีก็ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ประเทศไทยจะต้องแล้งต่อไปอีกนาน

              แบบอย่างจากการการดำเนินงานเพื่อเรียกคืนความอุดมสมบูรณ์ของป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายใต้การดำเนินงานของกองทัพบกในนามมูลนิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จึงเป็นทางสว่างที่ทุกฝ่ายน่าจะได้นำมาใคร่ครวญเพื่อประยุกต์ใช้กับการจัดการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ที่กำลังประสบวิกฤติการณ์บุกรุกแผ้วทำลายอย่างรุนแรง เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จนทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนในนโยบาย "ทวงคืนผืนป่า” อยู่แล้ว ก็น่าจะได้เดินเครื่องอย่างเต็มกำลังตามที่ได้ทำสำเร็จในพื้นที่เป้าหมายมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่พระราชทานแนวทาง "ให้ส่วนราชการปลูกฝังแนวคิดให้แก่ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ ให้อยู่ร่วมกันกับป่าไม้อย่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน พร้อมกับการพัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย” ถือเป็นแสงนำทางสู่การอนุรักษอย่างยั่งยืน