คอลัมนิสต์

การศึกษาไทย : เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

การศึกษาไทย : เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

10 ส.ค. 2558

การศึกษาไทย : เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา

             ปัญหาการศึกษาของไทย ถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่จะถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงกันบ่อยครั้ง ยิ่งในกระแสของประชาคมอาเซียน เรายิ่งถกเรื่องนี้กันจริงจัง ตัวเร้าคือ เมื่อเข้าสู่การแข่งขันในลู่ระดับอาเซียนแล้ว คุณภาพของเด็กไทยจะสู้ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้หรือไม่? ถ้าให้จัดอันดับ เราอยู่ตำแหน่งไหน?

             มีหลายครั้งหลายหน ที่บางบุคคล หน่วยงาน หรือบางองค์กร ออกมาให้ข้อมูลทำนองว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กไทยแย่กว่าหลายประเทศในอาเซียน บางทีพูดกันถึงว่า เราแย่กว่าลาวและกัมพูชา ฟังแล้วก็ไม่ค่อยจะเชื่อว่าจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ หลายคนสงสัยว่า เอาเกณฑ์อะไรมาวัด ทำกันถูกหลักวิชาการหรือเปล่า มั่วหรือเปล่า แต่นานๆ เข้า ข่าวคราวทำนองนี้มันหนาหูขึ้นทุกวัน เลยสับสนว่า เออ! ถ้ามันจะจริงตามนั้น

             ผมยังไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะพูดแล้วยาว ในฐานะที่เป็นบุคลากรคนหนึ่งในแวดวงการศึกษา ผมมีประสบการณ์สอนภาษาไทยให้เด็กจากประเทศอาเซียนบางประเทศ และมีข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบระหว่างคุณภาพทางการศึกษาเด็กของเรากับเด็กของเขาบ้างเหมือนกัน แต่วันนี้จะพูดอีกเรื่องหนึ่ง

             เรื่องที่ผมจะพูดในวันนี้คือ นโยบายระดับชาติของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ประกาศออกมาเมื่อต้นปีว่า จะให้ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ การที่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการประกาศขึงขังให้เป็นวาระแห่งปี นี่ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ กำลังออกมาตั้งคำถามต่อ นโยบายปฏิรูปการศึกษา การดำเนินงานของสำนักประกันคุณภาพและอีกหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องว่า ที่ปฏิรูปกันมาพักหนึ่ง ทุ่มเทงบประมาณลงไปมหาศาลนั้น มันได้ผลมากน้อยแค่ไหน ทำไมยิ่งปฏิรูป เด็กไทยยิ่งมีผลการเรียนและสติปัญญาถดถอย ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ปัจจุบันมีเด็ก ป.3 ที่อยู่ในสภาพอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ประมาณ 2.5-2.6 หมื่นคนทั่วประเทศ แต่ถ้าสำรวจกันจริงๆ รายงานกันจริง ๆ คงมากกว่านี้แน่นอน อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบันมั่นใจว่า นโยบายนี้จะแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ให้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์

             แน่นอนครับ เมื่อเป็นนโยบาย ก็ต้องมีการถ่ายทอดลงไปยังผู้เกี่ยวข้องเป็นชั้นๆ ก่อนจะไปลงที่โรงเรียน เพราะโรงเรียนคือที่มาของปัญหานี้ คนที่รับเต็มๆ คือ ผู้บริหารโรงเรียน (ซึ่งมีแต่ตำแหน่งผู้อำนวยการทั้งประเทศ) แต่ผู้บริหารก็มีลูกไล่อีกที คือครูผู้สอน

             ผมได้คุยกับคุณครูที่สอนระดับประถมท่านหนึ่งในโรงเรียนเล็กๆ ของภาคอีสาน เธอสะท้อนปัญหานี้ให้ฟังว่า มาตรการหนึ่งที่โรงเรียนนำมาใช้แก้ปัญหา คือการสำรวจสภาพของเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นำมาขึ้นบัญชีอันหนึ่ง เรียกว่า “โครงการเด็กพิเศษเรียนร่วม” ฟังชื่อดูดีนะครับ แต่คำว่า “เด็กพิเศษ” ในความหมายของโครงการนี้ ไม่ได้หมายถึงเด็กที่มีไอคิวสูงแบบเด็กอัจฉริยะหรอกครับ แต่มันหมายถึง “เด็กที่อ่านหนังสือไม่ออก” หรือพูดอีกทีคือเด็กไอคิวต่ำนั่นเอง โรงเรียนจะผลักเด็กที่อ่านไม่ออก คิดเลขไม่ได้ขึ้นบัญชีนี้ จากนั้นก็นำมาประเมินด้วยแบบประเมิน เพื่อก้าวเข้าสู่เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา หรือคิดคำนวณ พูดง่ายๆ คือ ถ้านักเรียนคนไหนอ่านไม่ออก คิดเลขไม่เป็น จะถูกขึ้นบัญชีว่า “เด็กที่มีความบกพร่องทางการศึกษา” เปลี่ยนสถานะจากเด็กปกติสู่ภาวะ “เด็กอปกติ” หรือไม่ปกติไปทันที จากนั้นเด็กพวกนี้จะถูกส่งตัวให้ไปเรียนที่ “ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด” ตามแนวทางการแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ

             รู้ไหมครับ “ศูนย์การศึกษาพิเศษ” เขาทำอะไร เขาสอนใคร นักเรียนแบบไหนที่ถูกส่งมายัง “ศูนย์การศึกษาพิเศษ”

             คุณครูท่านนี้ถูกสั่งให้ดำเนินการในเรื่องนี้ แต่โชคดีที่เธอไม่ยอมทำตาม เธอกล้าขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่ถือเป็นเรื่องไม่ควรยิ่งสำหรับครูผู้น้อย ที่เธอกล้าขัดขืน เพราะเธอยังมีจิตวิญญาณของครู เธอตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โครงการนี้มันจะตีตราให้เด็กเหล่านี้ได้ชื่อว่า “เด็กที่มีความบกพร่องทางการศึกษา” จากเด็กดีๆ กลายเป็นเด็กพิการ จากมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรี ถูกลดทอนคุณค่าจนกลายเป็นเด็กพิการ ปัญญาอ่อน ที่สำคัญเธอรู้ดีว่าต้นตอของปัญหาที่แท้จริ ง คือครูไม่สอน หรือสอนไม่เต็มที่ต่างหากที่ทำให้เด็กอ่านไม่ออก คิดเลขไม่ได้

             เธอบอกอีกว่าโครงการนี้มีงบประมาณให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นค่าตอบแทน ในทุกระดับ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ผมไม่ขอเล่า แต่เชื่อไหมครับ นี่คือช่องทางหารายได้พิเศษของผู้บริหารในระดับต่างๆ รวมทั้งครูที่เข้าร่วมโครงการอีกทางหนึ่ง

             ผมขอคารวะจิตใจของครูท่านนี้ และขอตั้งคำถามถึงกระทรวงศึกษาธิการว่า ท่านทำอะไรกันอยู่ ท่านปล่อยให้การศึกษาของเราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

             จุดที่ลดคุณค่าของมนุษย์ปกติให้กลายเป็นคนปัญญาอ่อน?