คอลัมนิสต์

อย่าให้‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’และ‘โรดแม็พ’เป็นแค่วาทกรรม

อย่าให้‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’และ‘โรดแม็พ’เป็นแค่วาทกรรม

07 ส.ค. 2558

อย่าให้‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’และ‘โรดแม็พ’เป็นแค่วาทกรรม : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/black

              สองคำที่ใช้กันเกลื่อนในแวดวงการเมืองและสื่อมวลชนคือ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” และ “โรดแม็พ” โดยไม่มีการตั้งคำถามให้ลึกลงไปว่ามันคืออะไรกันแน่
             
              เมื่อไม่ถาม, ก็ไม่มีใครคิดตอบ แต่เมื่อถามเพื่อหาคำตอบจริงๆ ก็ไม่มีใครตอบได้ การเมืองไทยจึงกลายเป็นเรื่อง “ก็ว่ากันไป” โดยไม่ยอมเผชิญกับความเป็นจริง และเป็นสาเหตุแห่งปัญหาของบ้านเมืองทุกวันนี้

              คนที่ต้องตอบไม่อยากตอบ คนที่มีคำถามไม่รู้จะถามใคร เมื่อโยนคำถามขึ้นกลางอากาศ คนที่ตอบก็ตอบตามที่ตนอยากจะตอบ ไม่ว่าจะตรงกับคำถามหรือไม่ก็ตาม

              บ้านเมืองจึงไม่มีทางออก เพราะคำตอบไม่เคยตรงคำถาม และคำถามบ่อยครั้งก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ

              ใครที่ต้องการเห็นการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ควรจะต้องอธิบายต่อด้วยว่าคำว่า “ปฏิรูป” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

              และจะปฏิรูปอะไรบ้าง?

              ระดับของการปฏิรูปที่ว่านี้ไปถึงไหน เพียงแค่ร่างข้อเสนอถือว่าเป็นปฏิรูปหรือยัง?

              หรือต้องรอให้มีการปฏิบัติตามข้อเสนอปฏิรูปนั้นก่อนจึงถือว่าเป็นการปฏิรูป?

              และหากเป็นเช่นนี้ ใครหรือหน่วยงานไหนเป็นผู้ตัดสินว่าการปฏิรูปได้เกิดขึ้นแล้ว และสามารถเดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้?

              นี่เป็นคำถามพื้นๆ สำหรับคนในสังคมที่ต้องการความชัดเจนของเส้นทางของประเทศชาติจากนี้ไป เพราะหากตกลงกันในเนื้อหาพื้นฐานเรื่อง “ปฏิรูป” ไม่ได้ ก็อย่าได้หวังว่าผู้คนในบ้านเมืองนี้จะพูดจาภาษาเดียวกันได้

              ลงท้ายก็จะวนเวียนอยู่กับ “วาทกรรม” เรื่องปฏิรูปกับการเลือกตั้ง ฝ่ายหนึ่งก็อ้างว่าเลือกตั้งก่อนปฏิรูปก็จะนำประเทศกลับไปสู่ความวุ่นวาย, การโกงเลือกตั้งและคอร์รัปชั่นเก่าๆ

              อีกฝ่ายหนึ่งก็จะอ้างกลับมาว่าคนที่เรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้นมีวาระซ่อนเร้น ไม่ได้ต้องการปฏิรูปจริง เพียงมุ่งหวังจะลากวันเวลาของการเลือกตั้งให้ออกไปยาวนานที่สุดเท่านั้นเอง

              คำ “โรดแม็พ” ก็เป็นปัญหา เพราะแม้จะเป็นคำที่ใช้กันเป็นประจำ แต่ดูเหมือนจะคิดว่าคำนี้แปลว่ามีตารางเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเดินทางก้าวต่อไปของทิศทางการเมือง

              ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว โรดแม็พเป็นคำกว้างที่ไม่ได้บอกตายตัวว่าอะไรจะเกิดเมื่อไหร่ เพราะมีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง

              พอใครตอบนักข่าวว่าทุกอย่างตามโรดแม็พ ก็เหมือนจะยอมรับกันว่าเป็นคำตอบที่รับฟังได้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คำตอบ

              เพราะมันไม่ได้แปลว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะเดิมก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว

              แต่วาทกรรมการเมืองไทยเป็นเรื่องผิวเผินตื้นเขิน เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้น

              “โรดแม็พ” กับ “ไทม์ไลน์” ที่เรากำลังพูดกันอยู่ขณะนี้เป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนตามปัจจัยเช่นร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สปช. หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านต้องร่างใหม่ ร่างใหม่เสร็จแล้วยังต้องกลับมาลงมติกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้น สปช. ไม่มีแล้ว มีแต่ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป” ซึ่งก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจะลงมติไปทางไหนอย่างไร

              จากนั้นยังต้องผ่านกระบวนการประชามติ ซึ่งก็ยังมีคำถามว่าจะผ่านหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านจะกลับมาร่างกันใหม่อย่างไร และหากผ่านจะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งอย่างไร

              ดังนั้นคำถามที่ควรจะถามเพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนสำหรับคนทั้งประเทศก็คือ

              จะเรียงลำดับความสำคัญของการปฏิรูปอย่างไร? ถ้าการเมืองเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง จะปฏิรูปการเมืองก่อนข้ออื่นหรือไม่?

              ประชาชนสาขาวิชาชีพต่างๆ จะมีส่วนร่วมในการปฏิรูปอย่างไร? จะทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเดินหน้าปฏิรูปตามที่ตกลงกันได้อย่างไร?

              เมื่อตกลงการจัดลำดับหัวข้อสำคัญที่ต้องปฏิรูปแล้ว จะกำหนดเวลาของแต่ละเรื่องอย่างไร

              เพื่อจะได้ตกลงกันเรื่อง “โรดแม็พ” ที่เป็นที่ยอมรับของฝ่ายต่างๆ ในสังคมที่พร้อมจะร่วมกัน “ปฏิรูป” อย่างจริงจังกันอย่างไร

              เพราะวาทกรรมการเมืองที่แต่ละฝ่ายใช้เพื่อผลประโยชน์แห่งตนนั้นไม่เคยแก้ปัญหาบ้านเมืองได้...ประสบการณ์อันเจ็บปวดของประเทศก็ได้พิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว