
วงจรเก่ากับผบ.ตร.คนใหม่
วงจรเก่ากับผบ.ตร.คนใหม่ : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ส.ค.2558
อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีความชัดเจนกับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.คนปัจจุบัน เกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้รอง ผบ.ตร.ทั้ง 5 คน ทำเอกสารแสดงวิสัยทัศน์และส่งกลับมายังพล.ต.อ.สมยศ เพื่อหานายตำรวจที่เหมาะสม จากนั้นจึงเสนอรายชื่อนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.ที่มีความรู้ความสามารถให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) พิจารณาแต่งตั้ง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธาน ตามโครงสร้าง โดยนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.ทั้ง 5 นาย โดยภาพรวมล้วนมีสิทธิเท่าๆ กัน แต่จากที่ พล.ต.อ.สมยศเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าไม่จำเป็นต้องจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรือต้องเป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโส ก็คงพอจะเดาได้ว่า คู่ชิงตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหล่าทัพนี้น่าจะเป็นใคร
ดูจากรายชื่อนายตำรวจทั้ง 5 นาย และเส้นทางการเติบโตรวมถึงแรงสนับสนุนทางการเมืองในขณะนี้คงจะเหลือเพียง 2 รายชื่อเท่านั้น คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. นายตำรวจที่ไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อยสามพราน แต่ได้รับมอบหมายงานสำคัญจากรัฐบาล อีกคนคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. ที่มีอาวุโสน้อยที่สุด แต่มีแรงสนับสนุนจากพี่ใหญ่ในรัฐบาล และเป็นมือประสานสิบทิศเข้าได้กับทุกกลุ่มการเมือง ส่วนรองผบ.ตร.คนอื่น เช่น พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ก็มีภาพลักษณ์ทางการเมืองหลังจากลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นามพรรคเพื่อไทย ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกยึดอำนาจ ส่วน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ก็ใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตผบ.ตร. พรรคเพื่อไทยเช่นกัน สำหรับ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ก็ยังไม่เข้าตารัฐบาลทหารสักเท่าไร จึงเป็นการช่วงชิงกันเพียง 2 รายชื่อเท่านั้นในขณะนี้ ตามโครงสร้าง พล.ต.อ.สมยศ จะเป็นผู้เสนอต่อ ก.ต.ช. แต่ในความเป็นจริงตำแหน่ง ผบ.ตร.คงต้องได้รับการชี้หรือเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น อยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตกลงแบ่งเค้กกันได้หรือไม่
ที่ผ่านมาวงจรในตำแหน่ง ผบ.ตร.ไม่เคยหลุดพ้นจากการชี้ตัวจากฝ่ายการเมือง เพราะเป็นตำแหน่งที่ทรงอิทธิพลและมีอำนาจหากบ้านเมืองอยู่ในสภาวะปกติ คดีความต่างๆ ล้วนเริ่มจากตำรวจเกือบทั้งสิ้น ในความเป็นจริงการแสดงวิสัยทัศน์นั้นก็เป็นเพียงพิธีกรรมส่วนหนึ่งเพื่อให้ดูสวยงาม สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้มีสิทธิ์ทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่า วิสัยทัศน์ที่เขียนขึ้นนั้นจะแสดงถึงความรู้ความสามารถหรือปฏิบัติได้อย่างแท้จริง เพราะเก้าอี้ ผบ.ตร.ถือเป็นส่วนสำคัญในงานความมั่นคง และเป็นอาวุธลับสำคัญของนักการเมือง อย่างที่หลายรัฐบาลทำให้ปรากฏ เมื่อการเมืองเปลี่ยนมือหรือแม้แต่การยึดอำนาจองค์กรตำรวจจึงมักถูกเพ่งเล็งและพยายามปรับโครงสร้างเพื่อให้หลุดจากการเมืองเสมอมา ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงโครงสร้างที่ใช้อยู่ก็มีส่วนดีมากกว่าส่วนเสียอยู่แล้ว แต่องค์กรจะขับเคลื่อนไปได้ก็อยู่ที่การบริหารงานของผู้นำและความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมืองมากกว่า ตำรวจจึงไม่สามารถลุกขึ้นจากหลุมโคลนได้ ไม่ว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร หรือตราบใดที่ตำรวจยังสร้างผลประโยชน์และเป็นอาวุธทะลุทะลวงฝ่ายตรงข้ามได้
สภ.เมืองแม่ฮ่องสอนจัดโครงการตำรวจบ้านพิทักษ์ชุมชน : สายตรวจระวังภัย โดยนิศานาถ กังวาลวงศ์
หากเอ่ยถึงเมืองสามหมอก หลายคนคงนึกถึงภูมิประเทศที่สูงชัน สลับไปด้วยขุนเขาที่มีแนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้การตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้ พ.ต.อ.ศตศักดิ์ พิมลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน จึงได้จัดโครงการ “อาสาสมัครตำรวจชุมชน” เพื่อเข้ามาช่วยดูแลสอดส่องความสงบเรียบร้อย และเป็นหูเป็นตา ในการแจ้งข่าวและเบาะแสอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ศตศักดิ์ ระบุว่า โครงการ “อาสาสมัครตำรวจชุมชน” ถือว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะสามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการออกปฏิบัติงานร่วมกัน ปัจจุบันอาสาตำรวจชุดนี้มีอยู่ 10 นาย ที่ได้เสียสละเวลาเข้ามาทำงานช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม และการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เพื่อให้ชุมชนเกิดความสงบเรียบร้อย ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น จึงได้มีการจัดอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนขึ้น
“การจัดอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชน เพื่อเป็นแนวร่วมในการแจ้งเบาะแสในทุกๆ ด้าน ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และการหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งช่วยเผยแพร่ความรู้พิษภัยจากยาเสพติดให้ชาวบ้านได้รับทราบ ทำให้ชุมชนมีทัศนคติที่ดีกับตำรวจเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดโครงการดังกล่าวนี้ เพื่อต้องการให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มากขึ้น รวมทั้งเป็นการลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับชาวบ้าน เพื่อจะได้รับทราบปัญหาและร่วมมือแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ”
ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ได้รับความร่วมมือจากชุมชน โดยมีกลุ่มอาสาสมัครตำรวจชุมชน เข้ามาร่วมอบรมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการอบรมได้แบ่งออกเป็นภาคทฤษฎี ด้วยการละลายพฤติกรรมและอบรมเรื่องบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครตำรวจชุมชน อบรมในเรื่องการตั้งจุดตรวจค้น อบรมการใช้เครื่องมือสื่อสาร อบรมเรื่องการจราจร และการอำนวยความสะดวกการจราจร การแจ้งข่าวสาร และการสังเกตจดจำ รวมทั้งอบรมกฎหมายทั่วไป และการรักษาสถานที่เกิดเหตุ ส่วนด้านภาคปฏิบัติ จะอบรมให้ความรู้ฝึกยุทธวิธีตำรวจ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เพื่อต้องการให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น และลดความหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยหวังว่าปัญหาเรื่องยาเสพติด อาชญากรรม และการลักลอบเข้าเมือง จะลดน้อยลง ชุมชนมีความสงบเรียบร้อย
นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันตนเอง ครอบครัว และชุมชน ให้พ้นภัยจากปัญหายาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้อย่างชัดเจน เนื่องจากอาสาสมัครตำรวจชุมชน จะทำการสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ประกอบกับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ จึงทำให้มักพบเห็นการเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนได้อย่างชัดเจน ดังนั้น หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นก็จะรับรู้ได้ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาสาตำรวจชุมชนกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแส ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำงานโดยมีอาสาสมัครให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น



