คอลัมนิสต์

ตำรวจสภ.พนมทวนชวนชาวบ้านช่วยปราบยาเสพติด-อบายมุข

ตำรวจสภ.พนมทวนชวนชาวบ้านช่วยปราบยาเสพติด-อบายมุข

04 ส.ค. 2558

ตำรวจ สภ.พนมทวนจับมือกรรมการหมู่บ้าน ชวนชาวบ้านช่วยปราบยาเสพติด-อบายมุข : สายตรวจระวังภัย สำนักข่าวเนชั่น ธาริณี แพทย์เมืองจันทร์

              ในพื้นที่ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด รวมทั้งอบายมุข และการลักเล็กขโมยน้อยเป็นจำนวนมาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือของชุมชนเข้ามาช่วยแก้ไข โดย พ.ต.อ.สุพมาส บัวลาด ผกก.สภ.พนมทวน ได้ให้นโยบายหลักคือ ต้องการลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ ลดความหวาดระแวงกลัวภัยทางสังคมของชาวบ้านให้ได้ แต่ไม่ใช่การลดตัวเลขเหมือนแต่ก่อน เพราะไม่สามารถทำให้ชาวบ้านลดความหวาดกลัวลงได้ โดยเฉพาะผู้หญิงหรือชาวไร่ชาวนาที่ไม่กล้าออกไปทำงาน

               โดยปีที่ผ่านมาตำรวจเข้าหาคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการทำงานกับตำรวจ ซึ่งจะต้องเปลี่ยนค่านิยมเดิมที่คิดว่า ปัญหาอาชญากรรมเป็นเรื่องของตำรวจ จึงต้องปรับให้ตำรวจเข้าไปฝังตัวอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งทำมานาน 6 เดือน ที่ชุมชนบ้านห้วยกรด เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ กระแสการตอบรับดีขึ้น ชาวบ้านเข้ากับตำรวจได้ดี และช่วยงานในงานด้านอาชญากรรม การตักเตือนลูกหลานไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เกิดแล้วตำรวจค่อยไปจับกุม นั่นเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

               เหล่านี้เป็นนโยบายของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ผ่านมาปรากฏว่าได้ผลดี เป็นที่น่าพอใจ ต่อไปก็จะดำเนินทำแบบสำรวจอีกครั้งว่า ก่อนทำกับหลังทำผลเป็นอย่างไร หลังจากชุมชนนี้ได้ผลจะขยายไปทำกับชุมชนอื่น โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านใน อ.พนมทวน ที่มีอยู่ 103 หมู่บ้าน ที่ตำรวจจะเข้าไปทำงานร่วมกัน โดยให้เข้าไปดูปัญหาในชุมชนนั้นๆ เช่น ปัญหาวัยรุ่นมั่วสุมเสพยา ก็จะทำให้หันมาเล่นกีฬา หรือหาวิธีทำอย่างไรให้เลิกเสพก็จะนำมาฝึกอบรม นั่นคือทฤษฎีหน้าต่างแตก หรือ Broken window คือ ไม่ปล่อยให้ปัญหาเล็กกลายเป็นปัญหาใหญ่ เป็นการแก้ทุกมิติ

               พ.ต.อ.สุพมาส กล่าวว่า หากเราเข้าถึงชุมชนก็จะทราบปัญหา จึงต้องประสานกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งเขาจะรู้ปัญหาจริง และง่ายต่อการเข้าไปแก้ไข เพราะเกิดจากคนในชุมชน ต้องให้ชุมชนเข้ามาช่วย ไม่ใช่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองเป็นคนแก้ปัญหา ที่ผ่านมาสถิติคดีลักทรัพย์สูงถึง 20 คดีต่อเดือน และจากการวิ่งรถเปิดไซเลนส์ออกตรวจท้องที่ สถิติอาชญากรรมลดลงเหลือแค่ 6-7 คดี แต่ไม่ได้มองตัวเลขเป็นหลัก มองการหวาดระแวงของชาวบ้านเป็นหลัก หากชาวบ้านกลัวแสดงว่าปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข

               “การออกตรวจเป็นเรื่องของจิตวิทยา แต่การแสวงหาความร่วมมือจากชุมชนนั้น งบประมาณที่มีอยู่ก็จะใช้น้อยลงในการออกตรวจ เพราะเข้าตรงเป้า แต่ต้องระวังในการเข้าหาประชาชน คือการสร้างความไว้วางใจโดยอาศัยคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นสะพาน มิฉะนั้นชาวบ้านจะหวาดระแวงการทำงานของตำรวจ จนสถิติเรื่องตำรวจถูกร้องเรียนน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา” พ.ต.อ.สุพมาส กล่าว

               ส่วนปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกฝ่ายกำลังแก้ปัญหาอยู่ในขณะนี้ แต่โชคดีพื้นที่ อ.พนมทวน ไม่ใช่พื้นที่การแพร่ระบาด เป็นเพียงจุดกระจายปลายทาง มีมากสุดที่เคยจับได้แค่ 2 หมื่นเม็ด ปัญหาหนักอยู่ในพื้นที่ ต.รางหวาย ตำรวจจึงทุ่มเทเรื่องบุคลากรเข้าไปทำงานแก้ปัญหา ต้องพยายามตัดวงจรการแพร่ระบาดให้น้อยลง ทั้งนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

               พ.ต.อ.สุพมาส กล่าวด้วยว่า ปัญหาเรื่องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะยาเสพติดสามารถทำรายได้ให้คนที่เกี่ยวข้องอย่างมหาศาล ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะทนสิ่งยั่วยวนเหล่านี้ไม่ได้ คนเหล่านี้พร้อมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้เงินก้อนโต ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องตรวจสอบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ อย่างน้อยต้องไม่เสพยา