
หายนภัยของภูมิภาค
หายนภัยของภูมิภาค : บทบรรณาธิการประวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2558
หลายประเทศเพื่อนบ้านของไทยกำลังเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างแสนสาหัส หลังจากเมื่อหลายเดือนก็ร่วมชะตากรรมในภัยแล้งมาแล้ว ประเทศพม่าดูเหมือนจะวิกฤติหนักสุด ตามรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พบว่ามีประชาชนหลายหมื่นคนติดค้างอยู่ในพื้นที่ห่างไกลท่ามกลางระดับน้ำท่วมสูงและกระแสเชี่ยวกราก ทางการพม่าแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 คน แต่คาดการณ์ว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่รัฐยะไข่ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลพม่าประกาศให้พื้นที่ 4 แห่งทางภาคกลางและตะวันตก เป็นเขตภัยพิบัติ ที่เวียดนามมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 22 คนในรอบสัปดาห์ ขณะที่ปากีสถาน ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตแล้ว 109 คน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 7 แสนคน ส่วนที่ี่อินเดีย ทางการแจ้งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ว่า น้ำท่วมคร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 100 คน
ภัยพิบัติของหลายประเทศในภูมิภาคเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดคล้ายๆ กันคือ ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม ซึ่งล้วนแต่เป็นใบเสร็จฟ้องร้องว่า สภาพแวดล้อมของทุกประเทศล้วนตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะประเทศพม่าที่กำลังอยู่ในสภาพบอบช้ำมากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าประเทศอื่นๆ อย่างปากีสถาน เวียดนาม จะรอดพ้นหรือได้รับผลน้อยไปกว่า โดยเฉพาะประเทศไทยที่ป่าไม้และสภาพแวดล้อมถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มี ”สัญญาณดี” บ่งบอกว่าปัญหาจะบรรเทาเบาบาง โดยภาพรวมของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนี้ อาจเรียกได้ว่า เป็น ”วิบากกรรม” ร่วมของภูมิภาคไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการพัฒนาการชลประทานหรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน และการเสาะหาแหล่งพลังงานที่ต้องแลกด้วยป่าไม้อันทรงคุณค่าที่ขยายตัวต่อเนื่องในภูมิภาค ยิ่งทำให้เห็นภาวะอันตรายที่ควรจะได้รับการแก้ไขในระดับนานาชาติโดยเร็ว
ตัวเลขความสูญเสียอันเกิดจากอุทกภัยและภัยแล้งในบางปีจะส่งต่อรายได้มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) อย่างเช่นภาวะภัยแล้ง หนักสุดในรอบ 44 ปีของประเทศไทย ทั้งที่ยังไม่รวมอุทกภัยที่เริ่มมีสัญญาณจากหลายจังหวัดแล้วว่า ในระยะ 3 เดือนนับจากนี้ซึ่งเข้าช่วงฤดูมรสุม จะต้องถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากน้ำท่วม ดินถล่ม พื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย ทั้งที่เพิ่งผ่านพ้นภัยแล้งมาไม่กี่วัน เท่ากับว่าตลอดปี 2558 เกษตรกรแทบจะไม่ได้เพาะปลูกเลยแม้แต่ฤดูการผลิตเดียว เมื่อมองไปรอบข้าง สำหรับลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศจีนคอยเก็บกักน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรของหลายประเทศเอาไว้ ซ้ำยังมีเขื่อนในประเทศลาวร่วมช่วงชิงน้ำท่าจากธรรมชาติด้วยเช่นกัน แม้ประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์จากการซื้อหาพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนลาว แต่ผลประโยชน์ที่ได้ก็แทบไม่ต่างไปจากการแลกป่าไม้กับไฟฟ้าเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
สำหรับเหตุการณ์เฉพาะหน้า ความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบจากมิตรประเทศในภูมิภาคก็จะสามารถช่วยเยียวประเทศที่กำลังประสบชะตากรรมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องถือเป็นการแสดงออกซึ่งน้ำใจอย่างที่เพื่อนบ้านควรมีให้แก่กัน เหมือนอย่างที่ หลายประเทศเคยให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่กันและกันมา ส่วนในระยะยาวต้องยอมรับว่า ทุกประเทศในภูมิภาคนี้กำลังประสบปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง ขณะที่การแข่งขันกันเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ผู้รับจ้างผลิตเพื่อการส่งออกภายใต้ชื่อการพัฒนาหรือก้าวข้ามสู่ประเทศรายได้สูง ก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น นั่นหมายถึงความต้องการพลังงานจะที่ต้องแลกด้วยทรัพยากรที่ร่อยหรอลงทุกที บทเรียนจากภัยพิบัติที่หลายประเทศกำลังประสบอยู่นี้ก็น่าจะช่วยย้ำเตือนให้ร่วมกันทบทวนถึงความคุ้มค่าระหว่างรายได้ทางเศรษฐกิจที่ได้มากับสิ่งที่สูญเสียไปอย่างยากจะเรียกคืน



