คอลัมนิสต์

ตำรวจบางนาห่วงเยาวชนจัด'โครงการบางนาไม่เอาโปร'

ตำรวจบางนาห่วงเยาวชนจัด'โครงการบางนาไม่เอาโปร'

03 ส.ค. 2558

ตำรวจบางนาห่วงเยาวชนจัด'โครงการบางนาไม่เอาโปร' : สายตรวจระวังภัย กรกมล อักษรเดช

           ยามีทั้งคุณและโทษหากใช้ไม่ถูกประเภท อย่างยา "โปรโคดิล (Procodyl)" หรือที่เหล่าวัยโจ๋เรียกกันว่า "ยาโปร" ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นยาแก้แพ้และแก้ไอชนิดหนึ่ง มีจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยา แต่ถูกกลุ่มเยาวชนนำมาใช้ในทางที่ผิด โดยนำยาชนิดนี้ไปผสมเครื่องดื่มชนิดต่างๆ เพื่อให้เกิดความมึนเมา จนอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตัวออกมาตรการควบคุมร้านขายยา ขอความร่วมมือ และลงพื้นที่สุ่มตรวจและจับกุมร้านขายยาที่ลักลอบขายยาให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี อย่างต่อเนื่อง
     
           เกี่ยวกับเรื่องนาตำรวจบางนาไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงจัด "โครงการบางนาไม่เอาโปร" โดยมี พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รองผบก.น.5 เป็นประธานการเปิดโครงการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจากชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางนา จำนวน 38 ชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางนา เภสัชกร และตัวแทนร้านขายยา จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับยาชนิดต่างๆ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน นำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อป้องกันและช่วยกันดูแลเยาวชนกลุ่มเสี่ยงไม่ให้หลงผิดรวมกลุ่มกันมั่วสุมใช้ยาโปร ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น
            
           พ.ต.อ.ภาดล บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ลักทรัพย์ ทะเลาะวิวาท ฯลฯ ซึ่งผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชน เมื่อถูกจับกุมได้ก็ทำให้รู้สาเหตุว่า "คึกคะนอง" เพราะดื่มยาโปร หรือ 4x100 เข้าไป หากดื่มยาโปรเข้าไปเกินขนาด โดยแพทย์ได้บอกแล้วว่าจะทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่รู้สึกตัวว่าได้ทำอะไรไป ถือเป็นความเสี่ยงที่กลุ่มเยาวชนจะหลงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาชนิดนี้ ที่เป็นยาสามัญมีประโยชน์ในการใช้รักษาโรคทั่วไป แต่ถูก "วัยคะนอง" นำมาใช้แบบผิดๆ จึงได้จัดโครงการบางนาไม่เอาโปรขึ้น เพื่อส่งสัญญาณบอกว่าชาวชุมชนบางนารับไม่ได้ที่จะให้มีการแพร่ระบาดของยาโปรในพื้นที่
    
           "การดำเนินการทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือจากร้านขายยา ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียนในการสร้างรั้วปลูกภูมิคุ้มกัน และให้ข้อมูลถึงพิษภัยยาพวกนี้กับเยาวชน นอกจากนี้ได้เชิญแพทย์และเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญมาบรรยายให้ความรู้ รวมทั้งร่วมกันสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อซักถามอีกด้วย" รองผบก.น.5 อธิบาย
     
           ขณะเดียวกัน ประธานกรรมการชุมชนหมู่บ้านแสนสุข เขตบางนาอย่างนายอดุลเดช เนียนทะศาสตร์ ก็บอกว่า กว่า 1 ปี ที่มีการแพร่ระบาดของยาโปร ต้องยอมรับว่ามีเยาวชนจำนวนมากใน 38 ชุมชน เข้าไปยุ่งเกี่ยว และจับกลุ่มชักชวนกันดื่มเครื่องดื่มที่ได้ผสมยาต่างๆ ไว้ดื่ม เพราะเชื่อว่าจะทำให้เมา รสชาติดี ราคาถูก หาซื้อได้ง่าย การจัดโครงการนี้ขึ้นมาถือเป็นเรื่องดี เพราะผู้ปกครองที่ "หาเช้ากินค่ำ" บางคนไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับลูกหลานมากนัก จึงอยากฝากให้สถาบันโรงเรียน หรือชุมชน ช่วยกันดูแลเยาวชนช่วยกันดูแลป้องกันไม่ให้เด็กเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาโปร    
        
           สำหรับยาโปรเป็นยาที่มีฤทธิ์ "กดการหายใจ" หากใช้ในปริมาณมากจะนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็ง เกิดความเจ็บปวด เพ้อ หรือสับสน และมีโอกาสชัก เกร็ง กระตุก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ ส่งผลให้หมดสติได้ทันที และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่รีบนำส่งถึงมือแพทย์โดยทันที จึงแนะนำให้ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมและอาการของเด็ก หากมีความต้องการเงินมากขึ้น นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ชอบปลีกตัวออกมาอยู่ในโลกส่วนตัว มีความสุข เคลิ้ม จนขาดสติสัมปชัญญะ ให้สันนิษฐานได้มีโอกาสที่เด็กได้ติดรสชาติของการผสมยาโปรดื่ม แต่ผู้ปกครองไม่ควรห้ามหรือว่ากล่าวแบบรุนแรงใช้อารมณ์ หรือที่เรียกว่า "หักดิบ" ควรใช้การพูดคุยกันให้เข้าใจ จึงน่าจะเป็นวิธีแก้ที่ดีกว่า