
ปฏิบัติการฟ้าสางที่อุทัยยุทธการสะแกกรังกวาดล้างผู้มีอิทธิพล
31 ก.ค. 2558
ปฏิบัติการฟ้าสางที่อุทัย ยุทธการสะแกกรังกวาดล้างผู้มีอิทธิพล : สายตรวจระวังภัย โดยกัมปนาท ละออง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเทศเรานั้นยังมีกลุ่มผู้ที่มีอิทธิพลอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งเกิดอาชญากรรมได้ง่าย ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องมีมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในแต่พื้นที่ให้หมดไปหรือจำกัดวงกลุ่มอิทธิพลให้อยู่ในจำกัดและสกัดกั้นการเกิดใหม่ของกลุ่มต่างๆ ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง อีกทั้งมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ จึงต้องลงมามีบทบาทเป็นอย่างมากในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล
“ปฏิบัติการฟ้าสางที่อุทัย ยุทธการสะแกกรัง” ปฏิบัติการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและตรวจสอบบ้านผู้ที่มีอิทธิพลในจ.อุทัยธานี แบ่งเป็นอ.เมือง 4 จุด และอ.สว่างอารมณ์ 7 จุด พื้นที่เป้าหมายเนื่องจากมีเหตุอาชญากรรมในพื้นที่และเป็นคดีสำคัญ ปฏิบัติการนี้ มีกำลังตำรวจกองปราบปรามและตำรวจคอมมานโด ติดอาวุธครบมือกว่า 200 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบตามบ้านพักที่มีรายชื่อทางการข่าวที่ได้มา เริ่มจู่โจมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมิให้กลุ่มเป้าหมายตั้งตัว
กลางดึกวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และพ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. แบ่งกำลังออก 11 ส่วนตามจุดเป้าหมายที่กำหนดไว้
จุดแรก ค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.ดอนขวาง จ.อุทัยธานี หรือบ้านกลางเขา บ้านถูกล้อมรอบด้วยภูเขาบนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ จัดและตกแต่งเป็นรีสอร์ทมีนายเจเศรษฐ์ ซักเซ็ค อายุ 27 ปี หลานชายนายชาดา ไชยเศรษฐ์ รับเป็นผู้ดูแลบ้านค้นบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เนื่องจากไม่มีเอกสารครอบครอง
จุดที่สอง ค้นบ้านเลขที่ 24 ถ.มณีรัตน์ ต.อุทัยใหม่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ภายในบ้านไม่พบนายชาดา พบแต่เพียงน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี น้องสาวนายชาดา และยังพบอาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ส่วนเป้าหมายที่เหลือบ้านของอดีตนักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่นอีกหลายราย โดยสามารถยึดอาวุธปืนได้ 20 กระบอก ปืนยาว 9 กระบอก ปืนสั้น 11 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยยุทธภัณฑ์ เสื้อเกราะ 4 ตัว หนังเสือโคร่ง เขากระทิง และซากสัตว์เสือลายเมฆ นำส่งให้ตำรวจท้องที่ดำเนินคดี
พล.ต.ต.อัคราเดช เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับร้องเรียนว่าในพื้นที่จ.อุทัยธานีเกิดเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนบ่อยครั้ง และมีคดีสำคัญ อย่างคดีการเสียชีวิตของพ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพักที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งยังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมคือนายนิรันดร์ หรือหมู พึ่งสำเภอ และนายต่าย ไม่ทราบชื่อสกุล ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนและพาอาวุธปืนไปในมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีเบาะแสว่ามาหลบซ่อนอยู่ในจ.อุทัยธานี เนื่องจากรู้จักกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่น
ด้าน พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบก.ป. กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลกำหนดจุดต่างๆ ไว้ 11 จุด ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล เป็นที่มาของแผนยุทธการสะแกกรัง ผลระดมปิดล้อมตรวจค้นยึดของกลางได้จำนวนมาก หลังจากนี้จะนำปืนที่พบไปยิงทดสอบเปรียบเทียบ และตรวจสอบประวัติปืนว่า โยงกับคดีอาชญากรรมและคดีอื่นๆ ในพื้นที่หรือไม่และเก็บปลอกกระสุนไว้เพื่อป้องกันเหตุในอนาคต ส่วนคนร้ายที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
“ปฏิบัติการฟ้าสางที่อุทัย ยุทธการสะแกกรัง” ปฏิบัติการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและตรวจสอบบ้านผู้ที่มีอิทธิพลในจ.อุทัยธานี แบ่งเป็นอ.เมือง 4 จุด และอ.สว่างอารมณ์ 7 จุด พื้นที่เป้าหมายเนื่องจากมีเหตุอาชญากรรมในพื้นที่และเป็นคดีสำคัญ ปฏิบัติการนี้ มีกำลังตำรวจกองปราบปรามและตำรวจคอมมานโด ติดอาวุธครบมือกว่า 200 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบตามบ้านพักที่มีรายชื่อทางการข่าวที่ได้มา เริ่มจู่โจมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมิให้กลุ่มเป้าหมายตั้งตัว
กลางดึกวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และพ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. แบ่งกำลังออก 11 ส่วนตามจุดเป้าหมายที่กำหนดไว้
จุดแรก ค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.ดอนขวาง จ.อุทัยธานี หรือบ้านกลางเขา บ้านถูกล้อมรอบด้วยภูเขาบนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ จัดและตกแต่งเป็นรีสอร์ทมีนายเจเศรษฐ์ ซักเซ็ค อายุ 27 ปี หลานชายนายชาดา ไชยเศรษฐ์ รับเป็นผู้ดูแลบ้านค้นบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เนื่องจากไม่มีเอกสารครอบครอง
จุดที่สอง ค้นบ้านเลขที่ 24 ถ.มณีรัตน์ ต.อุทัยใหม่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ภายในบ้านไม่พบนายชาดา พบแต่เพียงน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี น้องสาวนายชาดา และยังพบอาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ส่วนเป้าหมายที่เหลือบ้านของอดีตนักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่นอีกหลายราย โดยสามารถยึดอาวุธปืนได้ 20 กระบอก ปืนยาว 9 กระบอก ปืนสั้น 11 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยยุทธภัณฑ์ เสื้อเกราะ 4 ตัว หนังเสือโคร่ง เขากระทิง และซากสัตว์เสือลายเมฆ นำส่งให้ตำรวจท้องที่ดำเนินคดี
พล.ต.ต.อัคราเดช เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับร้องเรียนว่าในพื้นที่จ.อุทัยธานีเกิดเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนบ่อยครั้ง และมีคดีสำคัญ อย่างคดีการเสียชีวิตของพ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพักที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งยังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมคือนายนิรันดร์ หรือหมู พึ่งสำเภอ และนายต่าย ไม่ทราบชื่อสกุล ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนและพาอาวุธปืนไปในมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีเบาะแสว่ามาหลบซ่อนอยู่ในจ.อุทัยธานี เนื่องจากรู้จักกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่น
ด้าน พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบก.ป. กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลกำหนดจุดต่างๆ ไว้ 11 จุด ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล เป็นที่มาของแผนยุทธการสะแกกรัง ผลระดมปิดล้อมตรวจค้นยึดของกลางได้จำนวนมาก หลังจากนี้จะนำปืนที่พบไปยิงทดสอบเปรียบเทียบ และตรวจสอบประวัติปืนว่า โยงกับคดีอาชญากรรมและคดีอื่นๆ ในพื้นที่หรือไม่และเก็บปลอกกระสุนไว้เพื่อป้องกันเหตุในอนาคต ส่วนคนร้ายที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป



