
นครบาลผุดไอเดีย'ไครม์ ซีโร่'กดปุ่มแจ้งเหตุโจรชิงทรัพย์
นครบาลผุดไอเดีย'ไครม์ ซีโร่'กดปุ่มแจ้งเหตุโจรชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ : สายตรวจระวังภัย สำนักข่าวเนชั่น อังสุมา ศรีดอกคำ
จากเหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในเขตกรุงเทพมหานครที่มีให้เห็นเป็นข่าวอยู่ทุกวัน กลายเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจ ไม่ใช่แค่จี้ปล้นร้านเดียว แต่ลงมือคืนเดียวกัน 4 ถึง 5 แห่ง บางทีสูงสุดถึง 7 ครั้ง โดยคนร้ายเป็นแก๊งเดียวกัน ก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ประมาณว่าเย้ยตำรวจไปในที หันมาดูฝ่ายตำรวจก็ทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้ความหวาดผวาของพนักงานและลูกค้าที่เข้าไปซื้อสินค้าในยามค่ำคืน และภายใต้แรงกดดันของสังคมจึงต้องเร่งสืบสวนจับกุม
ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่เพียงพอ และจำนวนกำลังพลที่น้อย เทียบไม่ได้กับพื้นที่ที่รับผิดชอบ คืนหนึ่งจะมีรถสายตรวจประมาณ 2 คัน วิ่งกันออกตรวจไปทั่วพื้นที่ ทั้งในซอยเปลี่ยว จุดเสี่ยงที่จะเกิดเหตุอาชญากรรม และไหนจะร้านสะดวกซื้อที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ยกตัวอย่างง่ายๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร มีร้านสะดวกซื้อทั้งหมด 2,843 ร้าน เฉพาะในพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ มีร้านสะดวกซื้อจำนวนมากถึง 62 ร้าน ยังไม่นับรวมที่จะต้องไปตรวจตามตรอกซอกซอย ร้านทอง ตรวจพื้นที่ทั่วไปอีก ช่างเป็นงานที่หนักหนาเอาการ ส่วนมากที่สามารถจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อได้ เพราะมีการแจ้งเหตุทันเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้ หรือไม่ก็ยังหลงเหลือร่องรอยไว้ให้ตามตัว แต่ในบางกรณีที่พนักงานของร้านอาจจะตกใจกลัว ไม่สะดวกแจ้งความในขณะนั้น หรือโทรรายงานหัวหน้าให้ทราบเรื่อง ทำให้กว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งเรื่องก็หลังเกิดเหตุไปเกือบชั่วโมง คนร้ายจึงหนีไปไกลแล้ว
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น.จึงได้ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดตัวโครงการนำร่องไครม์ ซีโร่ (Crime Zero) โดยมีสโลแกนว่า "กดปุ่มฉับไว ปลอดภัยในปั๊ม ปตท.” โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือในการแจ้งและรับเหตุ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปุ่มไครม์ ซีโร่ จะติดตั้งตามจุดต่างๆ ภายในปั๊ม เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น พนักงานสามารถกดปุ่มไครม์ ซีโร่ได้ทันที จากนั้นสัญญาณการแจ้งเหตุจะเชื่อมต่อกับระบบท่อพิเศษแจ้งเหตุและตำแหน่งพื้นที่ที่เกิดเหตุไปยังห้องวิทยุสถานีตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะแจ้งสายตรวจไปยังที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที ซึ่งจะไวกว่าการโทรมาแจ้ง เพราะการโทรมาแจ้งจะต้องผ่านกระบวนการซักถาม สถานที่เกิดเหตุ รูปพรรณสันฐานของคนร้าย และเส้นทางการหลบหนี ทำให้เกิดความล่าช้ามาก
"ตอนนี้ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในปั๊มน้ำมันแล้วจำนวน 10 ปั๊ม อาทิ ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขา ร.1 รอ., นิมิตใหม่, สนามเป้า, ลาดพร้าว 71, บางนา ขาเข้า, บางนา ขาออก, จรัญสนิทวงศ์ 94, ทางด่วนดาวคะนอง และบางบอน เนื่องจากสถานีปั๊มน้ำมันเป็นแหล่งบริการที่ครบวงจร มีทั้งปั๊มบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ศูนย์อาหาร และมีบริการห้องน้ำ จึงตกเป็นสถานที่ที่สุ่มเสี่ยงกับการก่อเหตุได้" รอง ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังจะมีการขยายโครงการออกไปยังสถานีบริการอื่นๆ รวมไปถึงจะทำเรื่องขอความร่วมมือไปยังบริษัทเจ้าของร้านสะดวกซื้อ เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยติดตั้งอุปกรณ์ภายในร้านสะดวกซื้อทุกร้าน
“ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้จับคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทันท่วงที ทันเวลา นอกจากนี้ ยังช่วยลดการก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ และเป็นการป้องปรามเหตุอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย” พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย



