คอลัมนิสต์

อยากได้ครม.แบบไหน

อยากได้ครม.แบบไหน

28 ก.ค. 2558

อยากได้ครม.แบบไหน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

             หลังจากที่มีการสำรวจความเห็นของประชาชน โดยโพลล์หลายสำนักที่ออกมาตรงกันว่าควรจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่าจะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อความเหมาะสม

             ข่าวการปรับรัฐมนตรีกระหึ่่มขึ้นมาเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยเนื้อหาที่แก้ไขนั้นได้เปิดทางให้อดีตนักการเมืองที่ถูกศาลสั่งให้เว้นวรรคทางการเมือง สามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีรวมถึง สนช.ได้

             พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า การปรับครม.เพื่อความเหมาะสมนั้นมีขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศครบ 1 ปี หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

             และวันที่ 27 สิงหาคมนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะบริหารประเทศครบ 1 ปี

             อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้มีหลายคนที่มาจาก คสช. ปัญหาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จะปรับออก หรือปรับเปลี่ยนให้ไปนั่งเก้าอี้ตัวอื่นหรือไม่ ภายใต้เหตุผลที่ว่า “เหมาะสม”

             พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในข่ายนั้น แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะออกไปในลักษณะแบ่งรับแบ่งสู้ โดยบอกว่า พล.อ.ฉัตรชัย ทำงานหนัก และทุกวันที่ถูกวิพากษ์เศรษฐกิจทั้งโลกก็แย่ จึงไม่แปลกที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์

             ความชัดเจนของพล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องนี้มีเพียงกรณีเดียว คือ หากจะปรับคณะรัฐมนตรี จะไม่มีนักการเมืองเข้ามาร่วม ครม.อย่างแน่นอน

             ดับฝันของคนที่อยากได้รัฐบาลแห่งชาติ ที่ว่ากันว่า จะรวบรวมเอาผู้คนการเมืองเข้ามาทำงานเพื่อชาติ

             ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะบรรดานักการเมืองที่ออกมาให้สัมภาษณ์ยังคงยืนอยู่หลังกำแพงของตนเอง และยังมองจากมุมของตนเอง

             แม้จะไม่ห้ำหั่นเชือดเฉือนกัน หรือแสดงออกให้เห็นว่า คนละพวกละฝ่าย เหมือนก่อนมีการยึดอำนาจ แต่น้ำเสียงก็ชัดเจนว่า ระหว่างน้ำกับน้ำมันไม่มีวันผสมกันได้

             การจับมือกันแก้ปัญหาให้บ้านเมืองจึงยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินไปสำหรับวันนี้

             อาจจะมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมากระตุ้นให้หัวหน้ารัฐบาลออกมาพูดให้ชัดว่าจะปรับ ครม.หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือที่มีแต่จะสร้างความสับสน

             แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า อภิสิทธิ์จะเข้ามาร่วมบริหารประเทศ

             แต่ถึงกระนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกมาให้ความชัดเจนว่า จะต้องปรับ ครม.

             นับจากนี้ไปจนกว่าจะได้เห็นหน้าค่าตา ครม.ชุดใหม่ คงจะมีการแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก

             เพราะหากเป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะปรับครม.ภายหลังตรวจการบ้านครบ 2 เดือน (ประมาณกันยายน)

             แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า อาจจะปรับก่อนครบ 2 ปี นั่นก็แสดงว่า ข้อมูลและผลงานที่ใช้ในการประเมินงานนั้น ครบถ้วนแล้ว

             หรือไม่ก็ฟังเสียงประชาชนผ่านโพลล์สำนักต่างๆ มากพอแล้ว!

             ยิ่งระยะหลังไม่ได้มีเพียงแค่เสียงสะท้อนของประชาชนผ่านโพลล์ หากแต่นักธุรกิจเองก็จะบอกตรงๆ ว่า พวกเขาต้องการอะไรจากรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้

             การปรับ ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องปรับเพื่อหาคะแนนเสียง ไม่ต้องปรับเพื่อให้พรรคร่วมรัฐบาลพอใจ แต่ปรับเพื่อให้ประชาชนพอใจ เชื่อมั่นว่าสามารถฝากความหวังกับรัฐบาลได้

             เพราะนั่นหมายความว่า นายกฯ ฟังเสียงสะท้อนของประชาชน