
เตือนภัยหญิงสาวอยากเข้าวงการบันเทิงถูกหลอกพาเข้าโรงแรม
เตือนภัยหญิงสาวอยากเข้าวงการบันเทิง ถูกหลอกพาเข้าโรงแรมวัดสัดส่วน-ข่มขืน : สายตรวจระวังภัย โดยศุภชัย เพชรเทวี
อาชีพในวงการบันเทิง เป็นอาชีพที่สร้างทั้งรายได้ ชื่อเสียง ทำให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ไม่ว่าจะเป็นดารานักแสดง นักร้อง นางแบบ วัยรุ่นยุคใหม่ที่หน้าตาดี มีความสามารถอยากเด่น อยากดัง ต้องการที่จะเข้ามามีหน้าตาในวงการบันเทิงทั้งนั้น ความต้องการนี้เองที่ทำให้เหล่ามิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางการทำมาหากิน อ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หาทางเอารัดเอาเปรียบเหยื่อ หนักสุดถึงขั้นหลอกลวงไปกระทำมิดีมิร้าย อย่างรายล่าสุดตำรวจจับหนุ่มใหญ่อ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง ต้องการหานางแบบหน้าใหม่เข้าวงการ เหยื่อหลงเชื่อถูกพาเข้าโรงแรมข่มขืน ตรวจสอบประวัติเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง พ.ต.อ.ประยูร ศาลาทอง ผกก.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง แจ้งความว่าถูกคนร้ายอ้างเป็นโมเดลลิ่งเข้ามาทาบทาม อ้างว่าต้องการนางแบบ ก่อนพาเข้าโรงแรมย่านซอยรางน้ำ เพื่อขอดูเรือนร่าง เหยื่อหลงเชื่อเพราะเห็นท่าทางลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง แต่กลับถูกทำร้ายและข่มขืนก่อนที่จะฉกทรัพย์สินของเหยื่อไปด้วย ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานและส่งสายสืบลงพื้นที่จนกระทั่งได้ข้อมูลว่า นายสนธิชัย อยู่สุภาพ หรือ เจ๊เล็ก อายุ 53 ปี เป็นผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบประวัติอ
ย่างละเอียดพบเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในหลายท้องที่มาแล้ว และยังเคยติดคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปี 53 เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.บี(นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ระหว่างนั้นได้เจอกับนายสนธิชัย ดูลักษณะภายนอกเหมือนสาวประเภทสอง เข้ามาตีสนิทพูดคุยด้วย โดยใช้คำแทนตัวเองว่า "เจ๊เล็ก" ได้ชักชวนให้ไปถ่ายแบบเสื้อผ้ายี่ห้อดัง มีการซักถามเกี่ยวกับสัดส่วนรูปร่าง พร้อมกับชวนให้ไปลองเสื้อผ้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสะพานควาย ระหว่างที่นั่งแท็กซี่ไปด้วยกันนายสนธิชัยได้พยายามลวนลามตลอดเวลา เมื่อถึงโรงแรมได้พูดจาบังคับให้ถอดเสื้อผ้า แต่วิ่งหนีเข้าห้องน้ำ
"นายสนธิชัยได้ให้คนมาลากหนูออกจากห้องน้ำ และพยายามจะให้ไปลองเสื้อที่อื่นอีก แต่หนูได้ออกอุบายไปว่า โทรศัพท์ตามเพื่อนให้มารับแล้ว นายสนธิชัยเกิดความกลัวจึงเดินหนีหายไป หนูพยายามจะออกติดตามแต่ไม่เจอ จึงไปแจ้งความกับตำรวจ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากจะฝากเตือนผู้หญิงหลายๆคน อย่าเชื่อคนง่าย อย่าไปไหนคนเดียว เพราะภัยใกล้ตัวเกิดขึ้นได้เสมอ" น.ส.บี กล่าวเตือน
ขณะที่ พ.ต.ต.ธนเมศฐ์ วิจิตรจริยา สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาประมาณ 100 ครั้ง แต่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความเพราะอาย ซึ่งมีบางรายแจ้งความคดีลักทรัพย์ ซึ่งข้อหานี้มีโทษน้อย ติดคุกไม่กี่ปีก็ออกมาก่อเหตุซ้ำได้อีก ซึ่งถ้าหากมีเหยื่อรายอื่นมาแจ้งความในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ก็จะเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ทำให้รับโทษเพิ่มขึ้นอีก พฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้จะมีจิตวิทยาในการหลอกเหยื่อให้ตายใจ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะพาเข้าโรงแรม โดยอ้างว่าจะขอแคสติ้ง หากเหยื่อหลงเชื่อก็จะถูกข่มขืน โดยแหล่งทำมาหากินของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะอยู่ตามห้างสรรพสินค้า เวทีประกวดนางงาม สถาบันการศึกษา สถานบันเทิงยามราตรี ร้านอาหาร สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์
อย่างไรก็ตาม สำหรับหญิงสาวเวลาเดินอยู่คนเดียวตามลำพัง อย่าคุยกับคนแปลกหน้าเวลาอยู่ในสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะที่เปลี่ยว หากมีการพูดคุยกันจะทำให้คนอื่นคิดว่าเป็นคนรู้จักกัน หรือเป็นคู่รักคุยกัน หากเกิดเหตุร้ายขึ้นจะไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคู่รักกัน ถ้าหากมีหญิงสาวรายใดที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ สามารถเข้าแจ้งความต่อตำรวจได้ เพื่อที่คนร้ายจะได้รับโทษไม่ก่อเหตุกับคนอื่นอีกต่อไป



