
ละติจูดที่6อยู่ในป่าไม่เห็นต้นไม้
ละติจูดที่6อยู่ในป่าไม่เห็นต้นไม้ : กระดานความคิด โดยเจเค
เป็นความคิดที่น่ายินดี สำหรับความพยายาม “เข้าถึง” อิสลาม ผ่านแผ่นฟิล์ม ด้วยภาพยนตร์เรื่อง “ละติจูดที่ 6” อำนวยการสร้างโดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
วิถีอิสลามที่ซ่อนไว้ในรูปของความบันเทิง เป็นความคิดที่มีมาต่อเนื่อง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะบนแผ่นฟิล์ม จาก “ผีเสื้อและดอกไม้” “อมีน” จนกระทั่ง ”ละติจูดที่ 6” เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้มุสลิมจะอยู่ในสังคมไทยมานานนับร้อยปี แต่ก็เหมือนอยู่ในป่าไม่เห็นต้นไม้ คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีความรู้ที่ผิดๆ เกี่ยวกับอิสลาม
แน่นอนว่า อคติยังคงมีอยู่ แม้จะบางเบามากแล้ว ความรู้เพียงผิวเผิน รวมทั้งความรู้ที่ได้จากสื่อตะวันตก อันเป็นคู่ขัดแย้งกับโลกมุสลิม ทำให้คนในสังคมไทยรับรู้เรื่องราวของอิสลามผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง และตีความสิ่งที่เห็นอย่างฉาบฉวย เช่น การถือศีลอดในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กลายเป็นสงครามย่อยๆ ในโลกสื่อสังคมออนไลน์
ถึงแม้ว่าจะมีสื่อมุสลิมจำนวนหนึ่ง มีสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างน้อย 4 ช่อง สถานีวิทยุในภาคเอเอ็ม สื่อสิ่งพิมพ์ในรูปของนิตยสารและหนังสือพิมพ์ แต่ดูเหมือนว่าสื่อเหล่านี้จะสื่อสารแต่เฉพาะภายในกลุ่ม และยังไม่สามารถสร้างการเชื่อถือจนกระทั่งเป็นแหล่งข่าวที่ใช้อ้างอิงได้
ในฐานะที่เป็นมุสลิม และมีบทบาทอยู่พอสมควรในแวดวงสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ผมมักได้รับคำถามอยู่เสมอจากผู้สนใจอิสลาม พอๆ กับคำถามที่ชวนขัดแย้งในเรื่องความคิด ความเชื่อ แต่ถ้าคำถามเหล่านั้นมาจากพื้นฐานของความมีอคติ คำแนะนำของผมก็คือการปล่อยวาง
และสมาทานเอาความนิ่งและความเยือกเย็นมาเป็นคำตอบ
มีตัวอย่างแสดงถึงอิทธิพลของสื่อตะวันตก ที่ทำให้ภาพจำของสังคมไทยผิดเพี้ยนไป เช่น คำว่า ญิฮาด
เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ฝ่ายความมั่นคงได้เปิดพื้นที่ให้ผมได้มีโอกาสพูดคุยเรื่อง ญิฮาดในสังคมไทย ในรายการ “อิสลามกับความมั่นคง” แทนรายการจากกองทัพบก ทางสถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์
คำว่า “ญิฮาด” คือสงคราม คือความรุนแรง ความจริงคือญิฮาดไม่ใช่สงคราม ไม่ใช่ความรุนแรง ตรงกันข้าม ญิฮาดอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่นำไปสู่สังคมที่สงบสุข สันติ โดยปราศจากการกดขี่ ข่มเหง
ในการสนทนาว่าด้วยญิฮาดครั้งนี้ ผมอธิบายความหมายทางภาษาของคำนี้ว่า คือ “ความพยายามอย่างถึงที่สุด” ซึ่งในถ้อยคำ คำว่า ญิฮาด สะท้อนความพยายามในหลายรูปแบบ เช่น ญิฮาดด้วยหัวใจ คือการทำใจของตัวเองให้ผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ ปราศจากตะกอนกิเลสทั้งปวง นี่คือการญิฮาดที่ยิ่งใหญ่ ถัดมาเป็นญิฮาดด้วยลิ้น หรือด้วยเหตุผล คือการเชิญชวนผู้คนให้มายอมรับแนวทางที่ถูกต้อง ศาสดามูฮัมหมัดได้แสดงให้เห็นว่า แนวทางนี้คือวิธีการที่ดีกว่าการใช้กำลังบังคับ
สุดท้าย คือญิฮาดด้วยอาวุธ เป็นการญิฮาดที่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการกดขี่ ข่มเหง มิใช่การรุกราน และจะต้องเป็นไปเพื่อกำจัด “ฟิตนะฮ์” หมายถึงการปองร้าย การอาฆาต เข่นฆ่า รวมทั้งต้องไม่มีจุดหมายเพื่อความยิ่งใหญ่ของตัวเอง มุ่งหวังที่จะยึดครองดินแดนข้าศึก ทรัพย์สิน แก้แค้นหรือผลประโยชน์อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การญิฮาดจะต้องไม่เป็นเครื่องมือบังคับให้คนมานับถือศาสนา
นี่คือการญิฮาดที่แท้จริง ผิดจากนี้คือการบิดเบือนของสื่อตะวันตก
....................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก http://clip.teenee.com/trailer/39721.html)
อีกเรื่องหนึ่งที่สมควรจะพูดถึงไปในคราวเดียวกัน ก็คือ ความเข้าใจผิดว่า จันทร์เสี้ยว คือสัญลักษณ์ของอิสลาม
มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ระหว่างนี้อาจจะเห็นจันทร์เสี้ยวหนึ่งแขวนไว้บนท้องฟ้า หลายคนเข้าใจว่า จันทร์เสี้ยว เป็นสัญลักษณ์ของอิสลาม ซึ่งไม่ใช่ อิสลามไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ
หากขับรถผ่านไปทางถนนมอเตอร์เวย์ ช่วงรอยต่อถนนพระราม 9 จะมองเห็นร้านอาหารชื่อครัวจันทร์เสี้ยว ซึ่งขายอาหารทุกประเภท ทั้งไทย จีน และมุสลิม ตรงข้ามครัวจันทร์เสี้ยวเป็นมัสยิดสีขาวโอ่อ่า ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างมานานปี บนโดมอันเป็นสถาปัตยกรรมแบบอาหรับนั้น มีพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่ ดุจเดียวกับพระจันทร์เสี้ยวบนยอดโดมของมัสยิดทุกแห่งในประเทศไทย
จันทร์เสี้ยว เกี่ยวพันกับมุสลิมและอิสลาม อย่างไร?
พระจันทร์เสี้ยว หาใช่สัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามไม่ หากแต่ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อถึงความเป็นมุสลิม
ไม่เพียงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวเท่านั้น หากแต่ดาวเดือน ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นมุสลิมด้วย
เครื่องหมายดาวเดือน เริ่มปรากฏขึ้นในสมัยราชวงศ์อุสมานียะฮ์ หรืออาณาจักรออตโตมานแห่งตุรกี นัยเดียวกับการสร้างพระพุทธรูป ที่เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
ออตโตมาน สร้างดาวเดือนขึ้นเพื่อประดับธงทิว กองทัพมุสลิมในสงครามครูเสด
การเลือกใช้ดาวเดือน ก็ด้วยเหตุสองประการ
ประการหนึ่ง การเริ่มต้นถือศีลอดในเดือนรอมฎอน จะเริ่มต้นด้วยการดูเดือน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติเฉพาะในศาสนาอิสลาม
ประการหนึ่ง เมื่อนำดาวมาติดที่เดือน จะมองเห็นเป็นรูป "ตัวนูน" อันเป็นพยัญชนะหนึ่งในภาษาอารบิก อันเป็นอักษรแรกของโองการ หรือวรรคหนึ่ง จากคัมภีร์อัลกุรอาน
"ด้วยความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ (ซบ.) ชัยชนะก็เป็นสิ่งใกล้"
(อัล-กุรอาน บทที่ 61 วรรค 13)
คำว่าด้วยความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ พยัญชนะตัวแรก ที่ใช้ถ้าเขียนเป็นภาษาอารบิก คือ "ตัวนูน"
ฉะนั้น เครื่องหมายดาวเดือนจึงมีความหมายเพียงการบอกความเป็นมุสลิม หาใช่สัญลักษณ์หรือตัวแทนพระเจ้า หรือศาสดา ที่มีไว้เพื่อเคารพบูชาไม่
การมีขึ้นของละติจูดที่ 6 ก็เป็นไปด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน



